วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555


กำจัดกลิ่นเท้า

เท้าเหม็นแก้ได้ง่ายนิดเดียว (Health Plus)

          หลายคนอาจเคยมีปัญหาเท้าเหม็น แต่ถ้าเท้าของคุณเป็นต้นเหตุของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ทุกวันติดต่อกัน ไม่ต้องตกใจ เรามีสารพัดวิธีที่จะช่วยดับกลิ่นเท้าของคุณ

ความจริงเกี่ยวกับเท้า

          เท้ามีต่อมเหงื่ออยู่มากกว่า 250,000 ต่อม หรือเท่ากับ 3,000 ต่อมต่อตารางนิ้ว ซึ่งเมื่อเทียบต่อพื้นที่ผิวหนังหนึ่งนิ้วพบว่า มีต่อมเหงื่ออยู่มากกว่าต่อมอื่น ๆ เหงื่อที่ถูกผลิตออกมามากมายทำให้ผิวที่เท้าอ่อนนุ่ม ถ้าไม่มีเหงื่อ ผิวก็จะแห้งแตก ทำให้เจ็บเวลาเดิน

          ต่อมเหงื่อที่เท้าต่างจากต่อมเหงื่อบริเวณอื่นของร่างกาย ต่อมเหงื่อที่เท้าผลิตเหงื่อตลอดเวลา ไม่ว่าจะในช่วงอากาศร้อน หรือระหว่างออกกำลังกาย และเมื่อเท้าสามารถผลิตเหงื่ออกมาได้ถึงสัปดาห์ละ 4.5 ลิตร ทำให้เกิดความขึ้นมากมายกระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่อยู่ในจุดซ่อนเร้น และนี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา

          เหงื่อไม่ได้มีกลิ่นเหม็น แต่แบคทีเรียที่อยู่บนผิวต่างหากที่เป็นต้นตอของกลิ่นอับชื้น เท้าซุกซ่อนอยู่ในรองเท้าตลอดวัน นั่นอาจทำให้อุณหภูมิที่เท้าพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย โดยกินของเสียที่อยู่ในเหงื่อและอินทรีย์วัตถุอื่น ๆ ที่อยู่ในถุงเท้าและรองเท้า ยิ่งแบคทีเรียขยายพันธ์มากเท่าไร กลิ่นก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

ป้องกันได้อย่างไร

           ล้างเท้าให้สะอาด ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ห้ามใช้น้ำร้อน เด็ดขาด ใช้หินพัมมิซขัดผิวหนังเท้าที่หยาบกร้านออก เพราะผิวที่ตายแล้วเหล่านี้จะเป็นจุดอับชื้น ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้นการเช็ดเท้าให้แห้งสนิทจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรโรยแป้งทาตัวให้ทั่วเท้าและซอกเท้า

           พักเท้า ไม่ควรใส่รองเท้าที่คับเกินไป เพราะจะทำให้เหงื่อออกมากขึ้น ดังนั้นควรสวมรองเท้าที่มีขนาดพอดีกับเท้า และหาโอกาสให้เท้าได้พักบ้าง

           ปลดปล่อยเท้า เพื่อให้เท้าได้หายใจ ระบายเหงื่อและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างปลอดโปร่ง ควรถอดรองเท้าและถุงเท้าออก หัดเดินเท้าเปล่าบ้าง

           สวมถุงเท้าผ้าฝ้าย ถุงเท้าควรดูดซับน้ำได้ดี ถุงเท้าผ้าฝ้ายเหมาะที่สุด ถุงเท้าที่ทำจากขนสัตว์อุ่นเกินไป ไม่เหมาะกับเท้าที่มีเหงื่อออกมาก หลีกเลี่ยงถุงเท้าในลอน เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน อย่าสวมถุงเท้าที่สกปรกซ้ำ ๆ

           ซักถุงเท้าอย่างถูกวิธี นำถุงเท้าไปแช่ในน้ำร้อน แล้วค่อยซักกับผงซักฟอก จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซักเสร็จตากให้แห้ง

           สวมรองเท้าหนัง อย่าสวมรองเท้าผ้าใบนาน ๆ เพราะทำจากใยสังเคราะห์ จึงมีอุณหภูมิที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เช่นเดียวกับรองเท้าที่ทำจากพลาสติก

           สวมรองเท้าคู่อื่นบ้าง อย่าสวมรองเท้าคู่เดิม 2 วันต่อเนื่องกัน ใช้รองเท้าสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพื่อให้รองเท้ามีโอกาสแห้ง นำรองเท้าออกมาผึ่งลมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เก็บรองเท้าที่ไม่ใช้ไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี

           ทำความสะอาดรองเท้า ถ้ารองเท้าอับชื้น นำไปผึ่งแดด จนแห้งสนิทจริง ๆ รวมถึงแกะเชือกรองเท้าออกทั้งหมด ยกลิ้นรองเท้าขึ้นเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเททั่วถึงทั้งรองเท้าด้านใน ใช้แอลกอฮอล์เช็ดภายในรองเท้า สำหรับรองเท้าที่ซักล้างได้สามารถทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก และน้ำร้อนได้ หากทำความสะอาดแล้วยังไม่หายเหม็น โยนรองเท้าคู่นั้นทิ้งซะ

ทะนุถนอมเท้าของคุณ

           ล้างเท้าด้วยทีทรีออยล์ หรือน้ำมันสะระแหน่ ช่วยระงับกลิ่นเท้าได้ เพราะมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่พึงระวังหากคุณมีผิวแพ้ง่าย อย่าใช้น้ำมันสะระแหน่ หากคุณกำลังตั้งครรภ์

           แช่เท้าในชาดำ (ชา 2 ถุงแช่ในน้ำ 8 ถ้วย) กรดแทนนิกในชาช่วยระงับกลิ่นได้ ขณะเดียวกันชายังมีสรรพคุณเป็นยาสมานแผลด้วย

           ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นเท้าฉีดพ่นบริเวณฝ่าเท้าก่อนสวมรองเท้าทุกครั้ง เพื่อกดดันแบคทีเรียที่ออกมากับเหงื่อให้ทำงานไม่สะดวก

           ใช้ยาดับกลิ่น ถ้าเท้ามีกลิ่นแรง อาจใช้ยาดับกลิ่นที่มีสารอลูมิเนียม เช่น aluminium chlorohydrate ทาเท้า แล้วสวมถุงเท้าก่อนนอน

คุณหมอช่วยด้วย

          แพทย์จะจ่ายยาที่ทำให้เท้าแห้งหรือยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การรักษาวิธีอื่น ๆ เช่น การทำไอออนโตโฟเรวิส โดยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านน้ำขณะที่เท้าแช่น้ำ เพื่อลดเหงื่อที่ออกมากให้เป็นปกติ โบท็อกซ์ที่ใช้รักษาเหงื่อออกมากขึ้นรักแร้ ก็สามารถนำมาใช้รักษาโรคเท้าเหม็นได้ด้วย โดยการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่ฝ่าเท้าเพื่อลดเหงื่อที่ออกมาก ๆ ประมาณ 6-12 เดือนก็จะเห็นผล แต่พึงระวังฝ่าเท้า และผิวหนังที่เท้าเป็นจุดที่อ่อนไหว จึงอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

เกร็ดความรู้

          เหงื่อที่ออกถึงสัปดาห์ละมากกว่า 4 ลิตร ทำให้เท้าของคุณกลายเป็นสวรรค์ของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ฮีโร่มวย อลป.ทุกคนฟันธง "แก้ว" โดนโกง!!



ร.อ.สมรักษ์ คำสิงห์ (รน.) ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 1996 แอตแลนตาเกมส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา 


               ''ไม่ต้องคิดเป็นอย่างอื่นเลย มันโกงเราชัดๆ จริงๆ มันก็เป็นอย่างนี้มาทุกยุคทุกสมัยล่ะ แต่โอลิมปิกครั้งนี้ผมว่ามันมีแต่เรื่อง มีปัญหาเยอะเหลือเกิน หนักกว่าทุกครั้งครับ แก้วชกกับ ซู ชิ หมิง ตัดสินไม่ยากเลย ถ้าดูตามสายตา เราชนะเห็นๆ เป็นการชนะอย่างขาวสะอาดที่สุดด้วย แต่กรรมการไอบ้ามันทำให้สกปรก ต่อยอย่างนี้ไม่ชนะแล้วจะไปต่อยยังไงให้ชนะ แก้วไม่ต้องเสียใจเลย ทุกคนเห็น ทุกคนได้ดูเหมือนกัน คนไทยทุกคนรู้ดีว่าแก้วชนะ แก้วคือเจ้าของเหรียญทองตัวจริง ชาวไทยทุกคนภาคภูมิใจในตัวแก้วครับ'' 


          พ.ต.ต.วิจารณ์ พลฤทธิ์
          ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2000 ซิดนีย์เกมส์ ประเทศออสเตรเลีย

          ''ผมมองว่าแก้วชนะนะ เราต่อยได้ชัดเจนกว่า แต่ก็ไม่รู้ว่าภายในเราสู้เขาได้หรือเปล่า เดี๋ยวนี้ผมบอกตามตรงเลยครับ ผมมองการให้คะแนนมวยสากลสมัครเล่นไม่เป็นแล้ว ไม่รู้ว่าหมัดไหนจะได้คะแนน แล้วไม่ขึ้นแต้มโชว์ด้วย ยิ่งดูยากเข้าไปใหญ่ ต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของกรรมการอย่างเดียวเท่านั้น แต่ภาพรวมที่เห็นมันน่าจะมาข้างเราครับ ก็อยากบอกไปถึงแก้วว่า เราทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว ชกได้ดีที่สุดแล้ว เต็มที่แล้ว ชาวไทยทุกคนให้กำลังใจหมดครับ''


          มนัส บุญจำนงค์
          ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2004 เอเธนส์เกมส์ ประเทศกรีซ และเหรียญเงินโอลิมปิก 2008 ปักกิ่งเกมส์ ประเทศจีน

          ''แก้วต่อยดีเลยครับ มันก็น่าชนะ ตัดสินค้านสายตา ก็อย่างที่เราเคยเจอมาบ่อยๆ ล่ะครับ การตัดสินของไอบ้า แต่ผมอยากพูดถึงเรื่องการประท้วง การทำงานของทีมงานสมาคมชุดใหม่ ผมว่าการจัดการ การวางแผนยังทำไม่เป็น ยังไม่รู้เลยว่าเขาต้องประท้วงยังไง ผมก็ดีใจกับเพื่อนด้วยครับ ตอนนี้แก้วเป็นฮีโร่แล้วนะ ไม่ต้องเสียใจ เราชนะใจคนทั้งประเทศแล้ว ที่จริงแก้วต้องภูมิใจมากๆ ด้วย เพราะว่าก่อนไปโอลิมปิก เราไม่ได้ไปชกอุ่นเครื่องที่ไหนเลย แต่แก้วยังสามารถชกได้ขนาดนี้ ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมแล้วล่ะครับ''


          ร.อ.สมจิตร จงจอหอ
          ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2008 ปักกิ่งเกมส์ ประเทศจีน

          ''ผมนั่งดูอย่างละเอียด บอกได้เลยครับว่าการตัดสินไม่แฟร์ ยก 1 กับ ยก 2 แก้วต่อยได้ดีมากๆ ต่อยได้สวย ซู ชิ หมิง ไม่มีอะไรเลย ออกหมัดก็ไม่ค่อยเข้าเป้า แล้วก็พยายามตุกติกเราอยู่ตลอดเวลา ทำฟาวล์น่าตัดคะแนนตั้งหลายครั้ง และผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า พอตัดคะแนนมวยจีนแล้ว ทำไมต้องมาตัดคะแนนของแก้วด้วย เราไม่ได้ทำฟาวล์อะไรเลยเนี่ย ผมขอชื่นชมแก้วนะครับ แก้วไม่ต้องเสียใจ แก้วทำดีที่สุดแล้ว สู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ประทับใจคนไทยทั้งประเทศ ไม่มีใครเสียใจหรอกแก้ว ทุกคนมีแต่ความภาคภูมิใจในตัวแก้วทั้งนั้นครับ''


          ทวี อัมพรมหา
          ฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิก 1984 ลอสแอนเจลีสเกมส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

          ''บอกได้เลยสั้นๆ ว่า โดนโกง มันทำเกินไป แก้วเขาตั้งใจจริง มุ่งมั่น แก้วชกได้ละเอียดมาก แต่เราไม่สามารถรู้เลยว่าหมัดที่เราต่อยไปนั้น มันได้คะแนนหรือเปล่า แล้วต่อยหมัดไหนได้แต้ม แต่ที่ผมดูว่าน่าเกลียดมากก็ตอนมาตัดคะแนนเรา มาตัดเราเรื่องอะไรล่ะ มันส่อชัดเจนเลยว่าต้องการจะโกงเรา แก้วไม่ต้องเสียใจ คนไทยทั้งประเทศเขาเห็น เราชนะใจคนดูทั่วโลก แก้วชกดีแล้ว แต่กรรมการมันไม่ดีเอง ตัดสินอย่างนี้วงการมวยสมัครเล่นแย่แน่ๆ อีกหน่อยใครจะไปดู''


           สิบเอก วรพจน์ เพชรขุ้ม
          ฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิก 2004 เอเธนส์เกมส์ ประเทศกรีซ

          ''มองกันตามสายตาของเราก็ต้องชนะอยู่แล้ว แก้วชกดีกว่าและสมควรได้รับการชูมือให้เป็นผู้มีชัย และสมควรได้เหรียญทองไปครอง แต่นี่แหละกรรมการไอบ้า มันก็คงอยากบอกเราว่า เพาเวอร์ของทีมมวยไทยเราสู้เขาไม่ได้ครับ มันเป็นไปตามเกมของไอบ้า ที่เขาสามารถชี้เป็นชี้ตายชี้ว่าใครจะชนะได้ อีกอย่างการเปลี่ยนนายกสมาคมฯ ก็ถือว่ามีส่วนด้วยครับ แต่แก้วก็โอเคยแล้วนะ ขอดีใจด้วยที่ทำฝันให้เป็นจริง ได้เป็นฮีโร่โอลิมปิก ชีวิตนับจากนี้ก็สุขสบายซะที ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยอีกแล้ว''


          น.ต.วิชัย ราชานนท์
          ฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิก 1996 แอตแลนตาเกมส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

          ''ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมไม่ได้ดูสดๆ เพราะเผลอหลับไป แต่ตื่นมาดูเทปตอนเที่ยง ก็ดูแล้วมีความเห็นว่า เราดีกว่าเขา เราน่าชนะ สองยกแรกสูสี แต่ยกสามเราได้เห็น แก้วมาชกโอลิมปิกครั้งนี้ มาถึงได้ขนาดนี้ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมมากๆ เลยครับ ผมให้แก้วได้เหรียญทองในดวงใจผมเลย เจอกับมวยจีนเขาตัวใหญ่กว่าเราเยอะ แต่แก้วก็ต่อยได้ดีมาก สมแล้วที่เขาชนะใจคนดูทั้งประเทศครับ ส่วนการตัดสินของกรรมการ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากดคะแนนยังไงถึงให้เราแพ้''


          ร.อ.พรชัย ทองบุราณ (รน.)
          ฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิก 2000 ซิดนีย์เกมส์ ประเทศออสเตรเลีย

          ''ผมมองยังไงเราก็ต้องชนะครับ ไม่น่าแพ้ แล้วที่เขาตัดคะแนนเรา แก้วก็ไม่ได้ไปกอดอะไรเลย ตัดสินอย่างนี้น่าผิดหวังมากครับ ผมเชียร์ดังลั่นบ้านเลย ตอนที่เขาตัดคะแนนจีน ผมตะโกนลั่น ชนะแล้ว เมียสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นกรรมการชูมือจีนชนะ เขายังงงเลย เห็นผมบอกชนะแล้ว ผมดูไอ้มวยจีนตัวนี้ มันต่อยอย่างนี้ไม่น่าเป็นแชมป์โลกเลยนะ ถ้าเปรียบกับมวยบ้านเรา ก็เรียกว่ามวยทะเลล่ะครับ ต่อยอย่างนี้''

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไทยน้อยไปมั้ย 5555



1. จีน179430
2. สหรัฐฯ128929
3. เกาหลีใต้62412
4. ฝรั่งเศส53513
5. เกาหลีเหนือ4015
6. เยอรมนี38213
7. อิตาลี3429
8. คาซัคสถาน3003
9. ญี่ปุ่น241117
10. รัสเซีย24511
11. สหราชอาณาจักร2349
12. ฮังการี2114
13. ยูเครน2046
14. แอฟริกาใต้2002
15. ออสเตรเลีย1629
16. โรมาเนีย1326
17. บราซิล1113
18. เนเธอร์แลนด์1113
19. ลิทัวเนีย1001
20. สโลวีเนีย1001
21. จอร์เจีย1001
22. เวเนซูเอลา1001
23. โคลัมเบีย0213
24. คิวบา0213
25. เม็กซิโก0202
26. แคนาดา0156
27. อินโดนีเซีย0112
28. นอร์เวย์0112
29. สวีเดน0101
30. ไทย0101
31. สเปน0101
32. เดนมาร์ค0101
33. สาธารณรัฐเช็ก0101
34. อิยิปต์0101
35. ไต้หวั่น0101
36. โปแลนด์0101
37. ไทย0101
38. อินเดีย0011
39. เซอร์เบีย0011
40. นิวซีแลนด์0011
41. มองโกเลีย0011

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

                                
                              


“ซองเครื่องปรุง” ละลายน้ำได้ บริโภคได้ ผลิตจากฟิล์มเจลาตินหนังปลา และยังสะดวกรวดเร็วเหมาะแก่ชีวิตเร่งรีบ ทำตลาดได้กับผู้บริโภคทุกศาสนาและหวังต่อยอดเชิงพาณิชย์ในอนาคต 
       
       ศ. ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล เมธีวิจัยอาวุโส สกว. จากภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เผยถึงผลงานวิจัยระดับปริญญาเอกของ นายภควรรษ ทองนวลจันทร์ นักศึกษาในภาควิชาจากสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร ซึ่งได้พัฒนาถุงชนิดละลายน้ำสำหรับบรรจุน้ำมันและผงปรุงรสที่สามารถบริโภคได้
       
       งานวิจัยดังกล่าวยังมี ผศ. ดร.ธรรมนูญ โปรดปราน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม และได้การสนับสนุนจากฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภายใต้โครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว.
       
       ศ. ดร.สุทธวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำจำนวนมาก ในขั้นตอนกระบวนการแปรรูปสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลาและหมึก ก่อให้เกิดวัสดุเศษเหลือในปริมาณมาก เช่น หนัง ซึ่งโดยทั่วไปมักนำมาใช้ในการผลิตอาหารสัตว์หรือปุ๋ยที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำ จึงเกิดแนวคิดนำหนังปลามาเป็นวัสดุตั้งต้นสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์บริโภคได้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางในการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับวัสดุเศษเหลือดังกล่าว ตลอดจนได้บรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่ที่สามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค
       
       ฟิล์มเจลาตินจากหนังปลาที่คณะวิจัยพัฒนาขึ้นนั้นเป็นฟิล์มที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพและสามารถบริโภคได้ โดยสามารถใช้เป็นทางเลือกใหม่ของวัสดุสำหรับงานบรรจุภัณฑ์ ฟิล์มดังกล่าวมีสมบัติเด่น คือสามารถป้องกันการซึมผ่านของก๊าซและสารระเหยต่างๆ ป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ภายนอก หรือทำหน้าที่เก็บกักสารเติมแต่งอาหาร เช่น วัตถุกันเสีย สารช่วยรักษากลิ่นรส ตลอดจนทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายให้อาหารระหว่างการลำเลียงและการขนส่ง เนื่องจากแผ่นฟิล์มจากเจลาตินมีสมบัติการละลายน้ำได้ดี โดยเฉพาะน้ำร้อน
       
       ทางคณะผู้วิจัยได้นำฟิล์มเจลาตินจากหนังปลาไปพัฒนาต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุผงปรุงรสและน้ำมัน ซึ่งสามารถใช้กับอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น บะหมี่ หรือเส้นหมี่พร้อมปรุง เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติก หรือพอลิเมอร์สังเคราะห์ ทำให้ลดปัญหาการทิ้งหรือกำจัดบรรจุภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการสลายตัวตามธรรมชาติ จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวยังเป็นแหล่งของโปรตีน ผู้บริโภคเพียงเติมน้ำร้อนลงในภาชนะที่บรรจุอาหารและบรรจุภัณฑ์ซึ่งบรรจุสารปรุงแต่งต่าง ๆ โดยไม่ต้องมีการฉีกหรือตัดบรรจุภัณฑ์เพื่อนำเครื่องปรุงออกมา
       
       นอกจากนี้การวิจัยยังได้พัฒนาปรับปรุงสมบัติของฟิล์มเจลาตินที่มีข้อด้อย คือ มีสมบัติการป้องกันการซึมผ่านไอน้ำต่ำ ด้วยการพัฒนาฟิล์มเจลาตินชนิดใหม่ให้มีคุณสมบัติลดการซึมผ่านไอน้ำ และสามารถปิดผนึกเป็นถุงหรือบรรจุภัณฑ์ได้ด้วยความร้อน โดยมีความแข็งแรงมากพอสำหรับบรรจุของเหลว เช่น น้ำมัน และของแห้ง เช่น ผงปรุงรสต่างๆ
       
       “ถุงบรรจุเครื่องปรุงจากเจลาตินจากหนังปลาสามารถใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ฮาลาล และสามารถใช้ได้กับผู้บริโภคทุกศาสนาและเชื้อชาติ ละลายได้ง่ายในน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ซึ่งน่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์จำพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่จำเป็นต้องเติมน้ำร้อนหรือปรุงก่อนบริโภค โดยผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องฉีกและทิ้งบรรจุภัณฑ์ของเครื่องปรุงต่างๆ ทำให้เกิดความสะดวกกับผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ต้องรีบเร่งและต้องการความสะดวกสบาย ทั้งนี้หวังว่าในอนาคตจะมีการต่อยอดนำผลงานวิจัยนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์” ศ. ดร.สุทธวัฒน์กล่าว


        



วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555



 "อ่าวฮาลอง" (Halong Bay)
halong_bay
      อ่าวฮาลอง (Vịnh Hạ Long) หรือ ฮาลอง เบย์ (Halong Bay) เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ยทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อในภาษาเวียดนาม หมายถึง "อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง"
      อ่าวฮาลองมีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะ โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าว 2 เกาะ คือ เกาะกัดบา และเกาะ Tuan Chau ทั้งสองเกาะนี้มีคนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร มีโรงแรมและชายหาดจำนวนมากคอยให้บริการนักท่องเที่ยว บางเกาะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง และบางเกาะยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลายชนิด เช่น ไก่ป่า ละมั่ง ลิง และกิ้งก่าหลายชนิด เกาะเหล่านี้มักจะได้รับการตั้งชื่อจากรูปร่างลักษณะที่แปลกตา เช่น เกาะช้าง (Voi Islet) เกาะไก่ชน (Ga Choi Islet) เกาะหลังคา (Mai Nha Islet) เป็นต้น
      อ่าวฮาลองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2537

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


โรคมือเท้าปาก
โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอนเทอโร ซึ่งมีหลายชนิด พบได้บ่อยทั่วโลก ในกลุ่มเด็กทารก และเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี การระบาดมักเกิดขึ้นในศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาล โดยทั่วไปมีอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยมีไข้ต่ำ ๆ เกิดตุ่มพอง และแผลเล็กๆ ในปาก คอ มีตุ่มที่ มือ เท้า และบริเวณก้น แต่เชื้อไวรัสบางสายพันธุ์ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อาการทางระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท สมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โรคนี้ติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ หรือตุ่มพองและแผลของผู้ป่วย รวมทั้งการติดต่อทางน้ำหรืออาหาร
นพ.นพพร ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง 3 ว่า ขณะนี้ในประเทศไทยเกิดโรคมือเท้าปากที่เกิดจากเชื้อในลำไส้ชนิดไม่รุนแรง และยืนยันว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยจากข้อมูลพบว่ามีอัตราป่วยของโรคเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนบน เช่น จังหวัดเชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ภาคอีสานใต้ เช่นจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ ตะวันออก เช่น จังหวัดชลบุรี ระยอง ตราด ภาคใต้ที่จังหวัดยะลา สตูล สงขลา และพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก เพราะเชื้อจะเพาะได้เร็ว ดังนั้นหากพบเด็กที่มีอาการไข้สูงเกิน 3 วัน ซึม อาเจียนต้องรีบนำไปพบแพทย์เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมือเท้าปาก หากปล่อยไว้ในวันรุ่งขึ้นจะทำให้เด็กเกิดอาการชัก และหัวใจหยุดทำงานได้ จึงควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด อย่าประมาท เนื่องจากเชื้อไวรัสนั้นไม่มียารักษา แต่ต้องใช้ภูมิร่างกายตนเองต่อสู้กับเชื้อโรค ดังนั้น พยายามล้างมือบ่อยๆ ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
ส่วนโรงเรียนที่มีการปิดเรียนนั้น ขออย่าให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะการที่โรงเรียนปิดถือว่าน่าชมเชยเพราะถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการตัดตอนโรคไม่ให้แพร่เชื้อ อย่างไรก็ตามย้ำว่ามาตรการการปิดเรียน กรณีพบเชื้อคือหากโรงเรียนพบเด็กที่ป่วยโรคมือเท้าปาก 5 ห้องเรียนต่อ 1 โรงเรียนให้ปิดเรียนได้ทันที หากน้อยกว่านั้นก็เลือกปิดเฉพาะห้องเรียนนั้นๆ ไป เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค
"เชื้อโรคมือเท้าปากนั้นจะอยู่ในลำไส้คน บางคนอยู่ได้ 6 เดือนก็มี เมื่อถ่ายแล้วเด็กไปเข้าห้องน้ำสาธารณะแล้วไม่ล้างมือ ก็ไปเอาเชื้อมา ก็มีอาการและต่อๆ กันไป ผู้ใหญ่รับเชื้อไปได้เหมือนกัน แต่ไม่มีอาการ โดยเป็นพาหะได้ และที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าจะไม่พบโรคนี้ แต่พบหนักๆ ตอนโรงเรียนเปิด ความจริงแล้วก็ไม่น่ากลัวเพราะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น และไม่อยากให้ประมาท และน่าสงสารเด็กและผู้ปกครองอย่างมาก เพราะเมื่อเด็กเป็นโรคจะกินอาหารไม่ได้ถึง 7 วันเลย ดังนั้นพ่อแม่ต้องสังเกตอาการของลูก อาจจะซื้อปรอทวัดอุณหภูมิไว้ที่บ้าน เมื่อลูกมีไข้จะได้วัดได้ ถ้าอุณหภูมิถึง 39 ต้องรีบส่งโรงพยาบาลแล้ว"นพ.นพพรกล่าว
สำหรับความแตกต่างของโรคมือเท้าปากกับโรคหวัดนั้น คือผู้เป็นโรคหวัดจะไม่มีผื่นที่มือ ปาก และเท้า โดยเฉพาะที่เท้าจะไม่เกิด และแม้เด็กบางรายไม่แสดงอาการผื่นที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ขอให้สังเกตลักษณะอาการ หากพบว่ามีไข้สูง ซึม ถือว่าเสี่ยงอันตรายต่อการเกิดโรค ไม่เฉพาะโรคมือเท้าปากเท่านั้น แต่อาจรวมไปถึงโรคไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก จึงต้องรีบพบแพทย์
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาตรการ ดังนี้
1. เร่งรัดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค
2. กำชับแพทย์ในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่ให้ระมัดระวัง
3. ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยที่อาจไม่ได้มาด้วยอาการตุ่มที่ปาก หรือฝ่ามือ ฝ่าเท้า
4. ทำการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องโรคมือ เท้า ปาก แก่ประชาชน เน้นการรักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ หากมีผู้ป่วยสงสัยมือ เท้า ปากที่มีไข้สูง ซึม ชัก หายใจ หอบเหนื่อย ให้รีบพาไปพบแพทย์
5. ให้จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากกว่า 10 รายต่อวัน เปิดศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด (War room) โดยเรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
6. ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ในการร่วมเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในศูนย์เด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานศึกษา และชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นสุขอนามัย และการทำความสะอาดในโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งคำแนะนำผู้เดินทางไป-กลับจากประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ ซึ่งยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่ควรปฏิบัติตามสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อย ๆ