วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

10 อันดับข่าวสุดสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ในรอบปีพ.ศ.2554 ที่ผ่่านมา

อันดับ10 เด็กปั๊มยิง พ.ต.ท.ดับ หลังไม่จ่ายค่าแก๊ส 1 บาท
เด็กปั๊มสุดโหดชักปืน .38 กระหน่ำยิงอดีตตำรวจยศพันโทเสียชีวิต บริเวณหน้าตู้จำหน่ายแก๊ส ภายในปั้มแก๊สแอลพีจีแห่งหนึ่ง ที่จ.จันทบุรี โดยสาเหตุเกิดจากผู้ตาย ไม่ยินยอมจ่ายเงินส่วนเกินจากการเติมแก๊ส จำนวน 1 บาท 80 สตางค์ เนื่องจากบอกให้เด็กปั๊ม(ผู้ต้องหา) เติมแค่ 600 บาท จึงเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้ผู้ต้องหายิงผู้ตายจนเสียชีวิต ต่อมาผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัว พร้อมสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิงผู้ตายจริง แต่อย่างไรก็ตามจากการสืบประวัติผู้ตาย ก็พบว่าไม่ได้เป็นตำรวจจริง แต่แอบอ้างใช้เพื่อประกอบธุรกิจส่วนตัวเท่านั้น
อันดับ9 สยอง! ปอร์เช่ป้ายแดงซิ่งชนสาวร่างขาด 2 ท่อน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่รถเก๋งยี่ห้อ ปอร์เช่ ป้ายแดง ขับมาด้วยความเร็วสูง จากนั้นได้พุ่งชนร่างหญิงสาวชาวลาววัย 17 ปี ขณะที่เดินข้ามถนน จนร่างปลิวกระเด็นศพขาดออกจากกันเป็น 2 ท่อนบริเวณถนนสาย 345 จ.ปทุมธานี โดยชิ้นส่วนผู้ตายท่อนล่างได้หลุดมาตกค้างที่เกาะกลางถนน ขณะที่ส่วนหัวของผู้ตายได้กระเด็นตกเข้าไปในรถ บริเวณที่เบาะด้านข้างคนขับ ท่ามกลางสายตาประชาชนที่มองเห็นเป็นภาพสยองขวัญ ต่ิอมาวัยรุ่นชายวัย 19 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ขับขี่รถคันดังกล่าวได้เข้ามอบตัว พร้อมยกมือไหว้ต่ิอหน้าสื่อ และกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ" ไม่เคยคิดหนี และจะขอรับผิดชอบทุกอย่าง
อันดับ 8 คลิปโหดรุมกระทืบวิศวกร เผยมีทหารร่วมด้วย
ภาพเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน ใช้ไม้เบสบอลรุม และมีดสปาต้า ทำร้ายวิศวกร อายุ 23 ปี บริเวณถนนอัษฎาธร ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยไม่สนใจสายตาประชาชนที่เดินผ่านไปมาจำนวนมาก จากนั้นได้ขับรถกระบะและรถยนต์หลบหนีไป ซึ่งพลเมืองดีสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ และช่วยเหลือคนเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากพบว่าศีรษะแตก กะโหลกร้าว แก้วหูแตก มีเลือดไหลตลอดเวลา ส่วนสาเหตุนั้นมาจากทั้ง2ฝ่าย ทะเลาะกันเรื่องขับขี่รถปาดหน้า ต่อมาทหารยศร้อยเอก พร้อมด้วยบิดา พี่ชาย และน้องชาย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ลงมือก่อเหตุ ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจเพื่อขอต่อสู้คดีในชั้นศาล
อันดับ7 ม.5 ถูกรุมทำร้ายจนตาย แม่ร้องดคีไม่คืบ!
จากกรณีชาวบ้านเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอปัว จ.น่าน ให้เร่งรัดทำคดีทหารร่วมกับวัยรุ่นในพื้นที่ ใช้มีดดาบยาวสปาต้าร์ไล่ฟัน และทุบตีเตะต่อย ลูกชายวัย 16 ปี จนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม พร้อมกับเพื่อนที่ถูกฟันบริเวณศีรษะ และร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งทางตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาแล้ว แต่เนื่องจากคดีไม่คืบหน้า ประกอบกับมีกระแสข่าววิ่งคดี ชาวบ้านจึงเกรงจะเป็นมวยล้ม จนกระทั่งมีผู้เข้ามาโพสต์ในเว็บไซต์ชื่อดังว่า "คนปัวขอความเป็นธรรม" โดยระบุว่าคนร้ายมีคนมีอิทธิพลหนุนหลังอยู่่ และวีดิโอจากกล้องวงจรปิดทุกตัวที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ก็โดนอายัด อีกทั้งผู้ต้องหายังถูกประกันตัวออกไปแล้ว พร้อมตั้งคำถามว่า "ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน" คนไม่มีอิทธิพลต้องทำยังไง
อันดับ6 "น้องกาว" นศ.ธรรมศาสตร์ เสียชีวิตอย่างสงบ
"น้องกาว" น.ส.สโรชา เนียมบุญนำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ม.ธรรมศาสตร์ ได้ล้มป่วยอย่างปริศนา หลังเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา ในโครงการ Work & Travel โดยแพทย์ระบุเบื้องต้นว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มในสมองอักเสบ เชื้อแบคทีเรียขึ้นสมอง โอกาสรอดเพียง 5% ซึ่งทางครอบครัวต้องการจะนำน้องกาว กลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย เนื่องจากค่ารักษาทางนั้นสูงมาก ประกอบการส่งตัวกลับมานั้น ต้องใช้เงินกว่า 3 ล้านบาท จึงเกิดหน้าเพจบนเฟซบุ๊กว่า "เราจะพากาวกลับไทยนะ" ซึ่งเป็นการระดมเงินของเหล่าผู้ใจบุญที่หวังช่วยพาน้องกาวกลับบ้าน แต่สุดท้ายน้องกาวได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ภายหลังจากที่พ่อแม่ของเธอ เดินทางไปเยี่ยมที่โีรงพยาบาลได้เพียงวันเดียว
อันดับ5 โจ๋ขี้ยาข่มขืนแม่ลูกอ่อน รำคาญเด็กร้องจับฟาดเสาดับ
เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ ที่ จ.ขอนแก่น เ้มื่อวัยรุ่นชาย อายุ 20 ปี ได้ดมกาวจนมึนเมา และเกิดอารมณ์เปลี่ยว แอบงัดบ้านของแม่ลูกอ่อนรายหนึ่งเพื่อหวังข่มขืน โดยใช้ท่อนไม้ตีเข้าที่ศีรษะและกกหูของผู้ที่้เป็นแม่จนแน่นิ่ง และด้วยความโมโหที่เด็กร้องไห้เสียงดัง จึงจับเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ ฟาดเข้ากับเสาบ้านจนเสียชีวิต ก่อนลงมือข่มขืนผู้ที่้เป็นแม่จนสำเร็จความใคร่ และปีนหนีออกไปทางหลังบ้าน แต่ต่อมาตำรวจก็สามารถจับกุมผู้รายนี้ได้อย่างทันควัน พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
อันดับ4 ขี้ยาคลั่ง! จี้เด็ก 2 ขวบ เป็นตัวประกัน ก่อนปาดคอดับ
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศ เมื่อพนักงานทำความสะอาด ของบริษัทแห่งหนึ่งในกทม.ได้ใช้มีดปอกผลไม้ จี้เด็กชายวัย 2 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ "น้องเหนือ" เป็นตัวประกัน เนื่องจากรู้สึกหวาดระแวง เหมือนมีคนจะมาตามฆ่า หลังเสพยาเข้าไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาอยู่นานพอ กว่าจะช่วยเด็กออกมาจากเงื้อมมือขี้ยารายนี้ได้ แต่สุดท้ายเหตุการณ์สุดสลดก็เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถยื้อชีวิต "น้องเหนือ" เอาไว้ได้ เนื่องจากเด็กถูกแทงที่บริเวณลำคอและลำตัวรวม 8 แผล ประกอบกับเสียเลือดมาก ซึ่งได้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับผู้เป็นพ่อและแม่ของเด็กชายเคราะห์รายนี้เป็นอย่างมาก
อันดับ3 เด็กม.3 ถูกครูพละข่มขืน ผูกคอตายลาโลก
จากเหตุคดีฉาวครูพละข่มขืนลูกศิษย์ กลายเป็นคดีสะเทือนใจสังคม เมื่อครูพละวัย 58 ปี ซึ่งถูกตำรวจจับกุม ได้ตัดสินใจจบชีวิตด้วยการผูกคอตายคาห้องขัง แต่ต่อมาเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ถูกครูพละล่วงละเมิดทางเพศนั้น ได้ตัดสินใจผูกคอตายด้วยเช่นกัน.. ย้อนเหตุการณ์ก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรม แม่ของเด็กสาวได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ จ.ลำปาง เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุมครูพละรายนี้ หลังได้ก่อเหตุข่มขืนบุตรสาว ตั้งแต่ชั้น ป.6 และได้ถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ขู่ประจาน จากนั้นครูพละได้นัดเด็กสาวออกไปพบนอกบ้าน เพื่อจะให้ไปรับคลิปวิดีโอคืน แต่หลังจากนั้นเด็กสาวได้หายตัวไปเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ จนกระทั่งตำรวจสามารถจับตัวครูพละรายนี้ได้ที่จ.ปทุมธานี พร้อมช่วยเหลือเด็กหญิงกลับสู่ครอบครัว
อันดับ2 อนาถ!! 2 ยายชรากินแมลงสาบ หนูประทังชีวิต
ที่ จ.กาญจนบุรี  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีสองพี่น้องหญิงวัยชรา อาศัยอยู่บ้านสภาพทรุดโทรม และต้องกินแมลงสาบ หรือหนูเพื่อประทังชีวิต โดยคุณยายผู้เป็นน้อง วัย 75 ปี เล่าว่าทุกวันต้องหุงข้าวปลาอาหารให้พี่สาววัย 80 ปีั กิน บางวันไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวและอาหาร จนต้องกินแมลงสาบหรือหนูที่วิ่งผ่านมาในบ้าน โดยจะจับหรือใช้ไม้ตี เพื่อกินเป็นอาหาร และบางวันไม่มีแมลงสาบหรือหนู ตนกับพี่สาวใช้วิธีดื่มน้ำเพื่อประทังชีวิตไปวัน ๆ ถ้าหากวันไหนน้ำหมดยายกับพี่สาวต้องทนหิว เพราะบ่อน้ำที่มีอยู่หลังบ้านแต่ไม่มีแรงจะเดินไปตักต้องอาศัยชาวบ้านให้ความเมตตา
อันดับ1 เฮลิคอร์ปเตอร์ตกติดกัน 3 ลำ เสียชีวิต 18 ศพ
ที่สุดแห่งความสูญเสีย!! เมื่อเฮลิคอปเตอร์ รุ่นฮิวอี้ ตกกลางป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทหารกล้า 5 นายต้องจบชีวิตทันที จากนั้นคณะทหารนำทีมโดยพล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 กองกำลังสุรสีห์ และนายทหารอีก 7 นาย ได้้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก เพื่อหวังนำศพของทหารทั้ง 5 กลับบ้าน แึต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อแบล็กฮอว์กลำดังกล่าว ได้ประสบอุบัติเหตุชนเขาตกในบริเวณเขตป่าประเทศพม่า แต่ความสูญเสียยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ได้ตกลงอีกลำขณะเข้าไปลำเลียงศพทหาร ที่เสียชีวิตจากแบล็กฮอว์กตก.. จากโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 18 ราย แบ่งเป็นทหาร 17 ราย และพลเรือนอีก 1 นาย 

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หมอจีนฝันสลาย! คนด่ายับภูเขาหินดาดฟ้า ทางการสั่งรื้อ

หมอจีนฝันสลาย! คนด่ายับภูเขาหินดาดฟ้า ทางการสั่งรื้อ
สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า จากกรณีประเด็นข่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมจีน หลังนายแพทย์แผนโบราณชาวจีนได้ลงทุนสร้างภูเขาหินจำลองไว้บนชั้นดาดฟ้าของอพาร์ทเมนท์ 26 ชั่น ใกล้กับกรุงปักกิ่งของจีน จนถูกกล่าวขานไปทั่วโลก เนื่องจากเกรงว่าการต่อเติมดังกล่าวจะทำให้มีผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร
กรณีดังกล่าวกลายเป็นข่าวดังตลอดสัปดาห์ที่ประเทศจีน ศาสตราจารย์จาง ปีฉิง แพทย์แผนโบราณชื่อดังชาวจีน ได้ลงทุนดัดแปลงคฤหาสน์บนตึกสูงของตัวเองให้เป็นภูเขาหิน ตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ สระว่ายน้ำ และป่าจำลอง แต่การกระทำดังกล่าวต่างสร้างความไม่พอใจให้กับผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆ ในอาคารเดียวกัน เนื่องจากปริมาณและน้ำหนักของหินที่ใช้ตกแต่งบนชั้นดาดฟ้านั้นมีเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด ภายหลังจากประท้วงและร้องเรียนของผู้อยู่อาศัยรายอื่นมาหลายปี ทางการสำนักงานเขตไห่เตียน ได้สั่งให้ ศาสตราจารย์จาง ดำเนินการรื้อถอนโครงการดังกล่าวออกภายใน 15 วัน เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่า การต่อแต่งเพิ่มเติมดังกล่าวมีผลกระทบกับโครงสร้างอาคาร ซึ่งระบบประปาในอาคารได้รับผลกระทบดังกล่าวแล้ว
สำหรับกรณีดังกล่าวมีรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านที่พักอาศัยพยายามผลักดันและร้องเรียนมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน เนื่องจากฝ้าเพดารบริเวณชั้นบนถัดลงมาจากดาดฟ้ามีปัญหา ท่อน้ำประปาและท่อแก๊สรั่ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดๆ เข้ามาดูแล และถูกปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งเป็นข่าวถึงจะมีการสั่งดำเนินการอย่างจริงจัง
                                    คลิกชมภาพต่อไป      

                                    คลิกชมภาพต่อไป   

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

10 เรื่องแปลกที่ฮือฮาที่สุดในปี 2012

อึ้ง! หนุ่มญี่ปุ่นเฉือนเจ้าโลก ปรุงเป็นอาหารให้แขกทาน
1. หนุ่มญี่ปุ่นเฉือนเจ้าโลก ปรุงเป็นอาหารให้แขกทาน

          กลายเป็นข่าวแปลกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว กรณีนายมาโอะ ซูกิยาม่า หนุ่มญี่ปุ่นผู้รักความเป็นหญิงวัย 22 ปี ได้นำเจ้าโลกของตัวเองมาปรุงอาหารเสิร์ฟให้แขก 5 รายทานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคิดราคาค่าเมนูพิสดารหัวละ 7,500 บาท งานนี้ก็เลยทำเอาคนทั่วโลกร้องยี้ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเองที่สะอิดสะเอียนกันถึงขั้นรับไม่ได้ ร้องเรียนตำรวจให้จัดการข้อหานำวัตถุที่น่าสะอิดสะเอียนมาปรุงอาหารเผยแพร่ต่อสาธารณชนเลยทีเดียว


ซันนักจิ

2. ปรสิตสเปิร์มหมึกฝังในปากหญิงเกาหลี

          เป็นเรื่องฮือฮากันอยู่พักหนึ่งเลยล่ะข่าวนี้ เมื่อสื่อมวลชนต่างพากันตีข่าวว่าหญิงวัย 63 ปี ชาวเกาหลีใต้ มีลูกหมึก 12 ตัวฝังอยู่ในปาก หลังทานเมนูหมึกเข้าไป เล่นเอาตกอกตกใจและเกิดฉงนงงงวยกันไปทั่วว่าหมึกตั้งท้องในปากคนได้อย่างไรหนอ แต่ในที่สุด เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เมื่อมีการเปิดเผยออกมาภายหลังว่าตีความกันผิดไปหน่อย จริง ๆ แล้วสิ่งที่ไปฝังอยู่ในปากของหญิงเกาหลีใต้รายนี้ เป็นถุงน้ำเชื้อที่บรรจุสเปิร์มลักษณะคล้ายกับปรสิตเท่านั้น ซึ่งเมื่อตัวอสุจิรูปร่างคล้ายแมลงสีขาวขนาดเล็กจิ๋วนี้เข้าไปเกาะอยู่ตามกระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือก อย่างแน่นหนา ก็ทำให้ระคายผิวภายในช่องปาก และรู้สึกเหมือนกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอยู่ในปากนั้นแล



3. หนุ่มมะกันดับ หลังชนะแข่งกินแมลงสาบ-หนอนทั้งเป็น

          นายเอ็ดเวิร์ด อาร์ชโบลด์ วัย 32 ปี ได้เข้าร่วมการแข่งขันกินแมลงสาบและหนอนเป็น ๆ ในร้านขายสัตว์เลื้อยคลานในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ แต่แล้วไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหน ถึงได้อาเจียนและล้มลงตายหลังจากคว้าแชมป์ ซึ่งจะโทษว่าแมลงสาบและหนอนมีพิษก็ไม่ใช่ เพราะผู้แข่งขันคนอื่นกลับไม่เป็นอะไรเลย งานนี้ก็เลยเป็นปริศนาอยู่นานนับเดือน ก่อนที่ในที่สุดจะถึงบางอ้อ เมื่อผลชันสูตรศพปรากฏออกมาว่า เอ็ดเวิร์ดเสียชีวิตเพราะสำลักแมลงสาบเป็น ๆ ที่เขารีบยัดเข้าปากในวันนั้น และมันก็ไปอุดหลอดลมจนขาดอากาศหายใจตายนั่นเอง



4. สาวจีนศัลยกรรมหน้าถูกสามีฟ้องหย่า หลังลูกสาวเกิดมาขี้เหร่ 

          เป็นเรื่องชวนคิดที่นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เมื่อนายเจียน เฟิง คุณพ่อชาวจีนได้ฟ้องหย่าภรรยา หลังจากที่มีลูกสาวด้วยกันแล้วพบว่า ลูกสาวมีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ไม่เหมือนกับแม่เลย จนกระทั่งไป ๆ มา ๆ ก็ได้ทราบว่าภรรยาที่มีหน้าตาสวยงามนั้น แท้จริงแล้วผ่านมีดหมอมาทั้งหน้า ถึงบางอ้อกันก็คราวนี้ และในที่สุดเรื่องก็จบลงที่ศาลตัดสินว่าฝ่ายภรรยาต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับสามี โทษฐานหลอกลวงสามีว่ามีใบหน้าสะสวยนั่นเอง สาว ๆ ที่ศัลยกรรมทั้งหลายจงระวัง!!


5. แพทย์มะกันพบหนอน 57 ตัวในหูทวดป่วยอัลไซเมอร์

          เรื่องนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเดือนธันวาคมนี้เอง เมื่อคุณทวดแคทเธอรีน แม็คแคน วัย 92 ปี ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ขั้นหนัก จนครอบครัวต้องส่งตัวไปอยู่ภายใต้การดูแลของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ได้ถูกแพทย์ตรวจพบว่ามีหนอนแมลงวันอยู่ในหูของเธอถึง 57 ตัว โดยคาดว่าแมลงวันอาจบินเข้าไปไข่ในหูตอนที่พยาบาลพาไปเดินเล่นนอกสถานพยาบาล งานนี้ ทางครอบครัวของคุณทวดเลยไม่พอใจมาก ฟ้องสถานพยาบาลข้อหาละเลย พร้อมกับย้ายคุณทวดไปสถานพยาบาลแห่งอื่นทันที ก็เรียกว่าเป็นอีกข่าวที่ทำให้หลาย ๆ คนร้องยี้ ทานข้าวกันไม่ลงเลยทีเดียว



6. จีนจัดแข่งขันช่วยตัวเองในวันเอดส์โลก

          อึ้งทึ่งกันไปเลยล่ะข่าวนี้ เมื่อจู่ ๆ ที่นครเซินเจิ้น ก็มีการจัดแข่งขันช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก ซึ่งกติกาการแข่งช่วยตัวเองนี้ บรรดาชายหนุ่มก็จะเอาขันปกปิดของลับของตัวเองขณะแข่งขัน โดยมีสาวเซ็กซี่ควงตุ๊กตายาง ทำท่าทางชวนจิ้นให้หนุ่ม ๆ ได้จินตนาการกันไปตามสะดวก ใครช่วยตัวเองได้นานที่สุดรับรางวัลชนะเลิศไปครอง


Atretochoana eiselti

Atretochoana eiselti
7. พบงูไร้ตาสายพันธุ์แปลก รูปร่างคล้ายเจ้าโลก

          เหมือนจริงอะไรจริง สำหรับงูสายพันธุ์ Atretochoana eiselti ที่กลายเป็นข่าวฮือฮาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพราะความน่าพิศวงที่ว่า เจ้างูพันธุ์นี้ช่างเหมือนเจ้าโลกชนิดที่ว่าอึ้ง ทึ่ง กันไปเลยล่ะ โดยนักวิทยาศาสตร์บอกว่า จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เพิ่งจะค้นพบงูสายพันธุ์นี้ครั้งแรก แต่นาน ๆ ถึงจะพบมันสักตัว ก็เรียกว่าเป็นงูพันธุ์หายาก ที่ดีแล้วล่ะที่ไม่ค่อยจะพบเห็น เพราะไม่อย่างนั้น มันอาจจะสร้างความเข้าใจผิดหรือตกใจได้ง่ายเลยทีเดียวเชียว


8. พยาบาลอังกฤษป่วยประหลาด ถึงจุดสุดยอดวันละ 100 ครั้ง

          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคิม แรมซีย์ พยาบาลหญิงชาวอังกฤษคนนี้ จะตกอยู่ในภาวะอย่างนั้นจริง ๆ เธอบอกว่าอาการนี้เริ่มต้นหลังเธอตกบันไดเมื่อ 11 ปีก่อน เธอทรมานมากกับการต้องถึงจุดสุดยอดวันละ 100 ครั้งแบบนี้  ซึ่งแม้ว่าอาการดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ปรารถนาสำหรับสาว ๆ แต่เธอกลับมีมากเกินไปจนทำให้เธอเกิดความเจ็บปวด เหนื่อยล้า และไม่สามารถมีความสัมพันธ์ปกติกับผู้ชายได้ น่าเห็นใจเธอจริง ๆ


สาวตุรกีคลอดลูกขณะเดินบนถนน ก่อนเดินหนีไปหน้าตาเฉย

สาวตุรกีคลอดลูกขณะเดินบนถนน ก่อนเดินหนีไปหน้าตาเฉย

สาวตุรกีคลอดลูกขณะเดินบนถนน ก่อนเดินหนีไปหน้าตาเฉย
9. สาวตุรกีคลอดลูกขณะเดินบนถนน ก่อนเดินหนีไปหน้าตาเฉย 

          กลายเป็นเรื่องที่สร้างความฉงนไม่น้อย เมื่อกล้องวงจรปิดในเมืองอิสตันบูลของตุรกี ได้จับภาพของวัยรุ่นหญิงรายหนึ่ง ที่เดินมากับพ่อและแม่ แต่เมื่อถึงแยก กลับมีเด็กทารกแท้งก่อนกำหนดหลุดออกมาจากตัวเธอซะอย่างนั้น แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้วเดินต่อไปหน้าตาเฉย จนกระทั่งมีผู้มาเห็นเด็กทารกเข้า ก็เลยนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาล แต่ในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตามจับวัยรุ่นหญิงรายนี้มาสอบสวน และพบว่าเธอมีอายุเพียง 16 ปี โดยเธออ้างว่า "มีบางอย่างหล่นออกมาจากตัวฉัน ฉันคิดว่าเป็นแค่ก้อนเลือด ฉันไม่รู้จริง ๆ นะว่าเป็นทารก" อ้าว!! ซะงั้นน่ะ


คาตาริน่า มิกลิโอรินี ประมูล เปิดบริสุทธิ์

คาตาริน่า มิกลิโอรินี ประมูล เปิดบริสุทธิ์
10. สาวบราซิลเปิดประมูลพรหมจรรย์ ปิดประมูลที่ 24 ล้านบาท

          กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อ คาตาริน่า มิกลิโอรินี สาวบราซิลวัย 20 ปี ได้ประกาศเปิดประมูลพรหมจรรย์ของตัวเอง เพื่อหาเงินไปสร้างที่อยู่ให้คนยากจนที่บ้านเกิด และก็ได้เงินประมูลเยอะเสียด้วย เมื่อหนุ่มญี่ปุ่นนิรนามรายหนึ่ง ยอมทุ่มถึง 24 ล้านบาท เพื่อเปิดบริสุทธิ์เธอ และแล้ว เธอก็ได้เงินไปพัฒนาบ้านเธอสมใจอยาก

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

10 อันดับ สิ่งประดิษฐ์ลึกลับที่หายสาบสูญ

10. Stradivarius Violins

เริ่มต้นที่ “ไวโอลีนสตาดิวาเรียส” " "0 เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่หายไปในช่วงปี 1700 และเป็นอันดับ 10 ของทีมงาน toptenthailand โดยชื่อไวโอลีนนี้มาจากผู้สร้าง คือ อันโตนิโอ สตาดิวารี ช่างไวโอลีนในเมืองเครโมน่า ประเทศอิตาลี โดยเขามีชื่อเสียงจากดนตรีเครื่องสายชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น วีโอล่า, เชลโล่ และกีตาร์ ด้วยความสวยงาม เสียงและคุณภาพทำให้เครื่องดนตรีของเขาทุกชิ้นล้วนมีคุณค่าระดับโลกชนิดไร้ คู่แข่ง ซึ่งทุกวันนี้มีเครื่องดนตรีของเขาหลงเหลือเพียง 600 ชนิดเท่านั้น และส่วนใหญ่ล้วนมีมูลค่าหลายแสนดอลลาร์ แต่น่าเสียดายที่เทคนิคกระบวนการผลิตไวโอลีนสตาดิวาเรียสนั้นได้หายสาบสูญไป เนื่องจากเทคนิคนี้มีเพียงแต่ครอบครัวของเขาเท่านั้นที่รู้ความลับอันนี้ โดยมีพระสังฆราช,ลูกหลานของเขา คือ ฟรานซิสโก้ (1671-1743) , อโมโบโน (1679-1742) และตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นเมื่อพวกเขาตายกระบวนการผลิตนี้ก็ยุติไปด้วย แต่กระนั้นปัจจุบันก็ยังมีหลายฝ่ายที่พยายามจะไขความลับไวโอลีนสตาดิวาเรียส ว่าเหตุใดมันถึงได้กลายเป็นเครื่องดนตรีที่ยังคงมีคุณภาพอยู่จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่าไม้เมเปิ้ลที่ใช้สร้างเครื่องดนตรีนี้มีการปรับ สภาพโดยเชื้อราทำให้เนื้อไม้มีเอกลักษณ์และทำให้เกิดเสียงสะท้อน หากแต่กระนั้นในความเป็นจริงแล้วคนส่วนใหญ่ไม่เห็นความแตกต่างกันของคุณภาพ เสียงของไวโอลีนสตาดิวาเรียสและไวโอลีนธรรมดาสักเท่าไหร่

9. Nepenthe

อันดับที่ 9 ของทีมงาน toptenthailand : สิ่งที่เราได้รู้สึกทึ่งทุกครั้งที่พูดถึงความซับซ้อมภูมิปัญญาของชาวกรีกโบราณและโรมันก็คือ Nepenthe คือยาตามตำนานวรรณคดีมหากาพย์โอดิสซีของโฮเมอร์ และในตำนานเทพเจ้ากรีก เล่าว่าชาวกรีกสามารถทำยาเสพติดได้โดยใช้ส่วนผสมอย่างหนึ่งทำให้เป็นยาที่ สามารถไล่ความเศร้าโศกหรือหลายคนเรียกว่า "ยาแห่งการความหลงลืม และชื่อตัวยาดังกล่าวได้ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของหม้อข้าวหม้อแดงลิง(ตามภาษา กรีกที่ Nepenthes แปลว่า เหยือกเหล้าที่ใช้เพื่อลืมความเศร้าเสียใจ) นอกจากนี้มันยังมีฤทธิ์พอๆ กับฝิ่นและมีมากกว่าด้วยซ้ำ โดยกล่าวแต่อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันไม่รู้ว่ายาเสพย์ติดที่ว่ามีอยู่จริง หรือไม่ และส่วนผสมของมันยังคงลึกลับ รู้แต่ว่าตัวยาดังกล่าวถูกใช้แพร่หลายในกรีกโบราณ โดยผ่านทางอียิปต์ สันนิษฐานว่าน่าจะมีส่วนผสมของไม้วอร์ทวูดซึ่งเป็นยารักษาทุกโรคในเวลาสั้น และจากการดูตามอาการที่ปรากฏในวรรณคดีหลังทานยานี้เข้าไป น่าจะเป็นพวกพืชจำพวกมะเขือพวงซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ความทรงจำเสื่อมและอดีตนั้น มีฤทธิ์ร้ายแรงกว่าฝิ่นถูกนำมาใช้แพร่หลายทางการแพทย์และทันตกรรม

8. The Antikythera Mechanism

หนึ่งในที่สุดของความลึกลับของสิ่งประดิษฐ์ทางโบราณทั้งหมดที่เป็นรู้จักกันดี อันดับที่ 8 ของทีมงาน toptenthailand : 1“เครื่องจักรแอนติไกเธอร่า" วัตถุประหลาดเครื่องทองเหลืองที่ค้นพบโดยนักดำน้ำนอกชายฝั่งของประเทศกรีกใน เกาะแอนติไกเธอร่า ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1900 กลไกของมันซับซ้อนจนไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของคนโบราณ ประกอบไปด้วยชุดฟันเฟืองมากกว่า 30 ชิ้น มีข้อหมุนเหวี่ยง และการหมุนที่สามารถคำนวณหาตำแหน่งทางดาราศาสตร์ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ต่างๆ ได้ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวพบอยู่ในซากเรือแตกโดยวิทยาศาสตร์คำนวณแล้วพบว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้มีอายุถึง 1 หรือ 2 พันปีก่อนคริสตกาล จุดประสงค์ที่แท้จริงของมันยังคงเป็นความลับและเบื้องหลังเทคนิคการสร้างและ การใช้งาน และที่น่าสนใจคือเครื่องจักรนี้ไม่ปรากฏในบันทึกทางประวัติศาสตร์จนถึง ศตวรรษที่ 14 แสดงให้ว่าเทคโนโลยีนี้หายสาปสูญไปถึง 1,400 ปี ทำให้ปริศนาดังกล่าวได้สร้างความงงงวยแก่นักวิทยาศาสตร์มานานหลายศตวรรษ แต่กระนั้นข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ที่สุดก็คือเครื่องจักรแอนติไกเธอร่า น่าจะเป็นกลไกของนาฬิกาโบราณที่สามารถคำนวนระยะทางจันทรคติและปีแสงอาทิตย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ “คอมพิวเตอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก”

7. The Telharmonium

มาที่อันดับที่ 7 ของทีมงาน toptenthailand : เป็นเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องแรกของโลก โดยเป็นเครื่องดนตรีที่มีขนาดใหญ่ สร้างขึ้นโดย Thaddeus Cahill ในปี ค.ศ. 1897 ซึ่งในช่วงเวลานั้นเครื่องดนตรีเครื่องนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา โดยใช้สัญญาไฟฟ้าส่งมายังสายแล้วสังเคราะห์เสียงจนเป็นเสียงดนตรีผ่านยัง ลำโพง มันถูกสร้างมาสามรุ่น หนึ่งในนั้นมีน้ำหนักกว่า 200 ตันและใช้พื้นที่มากประมาณหนึ่งห้องถึงจะเก็บมันอยู่ โดยส่วนประกอบคือแป้มพิมพ์และแป้นเหยียบซึ่งผู้ใช้สามารถกดเพื่อให้เกิด เสียง เครื่องดนตรีนี้ถูกนำแสดงในที่สาธารณะครั้งแรกแล้วพบว่ามีหลายคนชอบมันเพราะ ได้ยินชัดเจนและแปลกใหม่ในเวลานั้นเพราะเครื่องดนตรีสามารถทำเสียงได้ หลายอย่าง ใช่เครื่องดนตรีประเภทเป่าอย่าง ขลุ่ย บาสซูน คลาริเน็ต และยังมีเชลโล่ หากแต่เครื่องดนตรีนี้ก็ไม่ได้ถูกพัฒนาหรือสารต่อจนถึงการแก่อนิจกรรมในที่ สุด สาเหตุเนื่องจากใช้พลังงานไฟฟ้ามากและน้ำหนักมหาศาล อีกทั้งมันยังรบกวนสัญญาโทรศัพท์ ทำให้เครื่องดังกล่าวยุติลงในปี 1914 และผู้สร้างก็ตาย(ในปี 1934) เครื่องดนตรีที่เหลือถูกเก็บนานกว่าหลายทศวรรษและปัจจุบันมันยังคงอยู่เพียง แต่ไม่สามารถนำมาเล่นได้เหมือนก่อน

6. The Library of Alexandria

อันดับที่ 6 ของทีมงาน toptenthailand : หอสมุดอเล็กซานเดรีย เป็นหอสมุดที่ขนานนามว่าเป็นหอสมุดที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลกโบราณ สร้างเมื่อ 300 ปีก่อนคริสตกาล ในเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ที่มีความเจริญรุ่งเรืองภายใต้การอุปถัมภ์ของราชวงค์พโทเลมี และอนุญาตให้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านาย ขุนนาง และชนชั้นที่ร่ำรวยมาใช้บริการเท่านั้น โดยหอสมุดดังกล่าวมีขนาดใหญ่มาก(จนไม่สามารถคาดคะเนได้) และยังเป็นสถานที่รวบรวมศูนย์กลางสำคัญของการศึกษาในยุคนั้น เพราะภายในได้รวบรวมความรู้จากภายนอกจากที่ต่างๆ ทั่วทั้งกรีซ อียิปต์ เอเชียไมเนอร์ และยุโรปมาไว้ในที่เดียวกัน ในตำนานกล่าวว่านักท่องเที่ยวที่จะเข้าอเล็กซานเดรียทุกคนจะถูกริบหนังสือ โดยหนังสือนั้นจะถูกนำไปคัดลอกด้วยมือ และต้นฉบับจะถูกเก็บไว้ที่หอสมุด หอสมุดอเล็กซานเดรียและหนังสือจำนวนมากถูกเผาทำลายหลายครั้งตั้งแต่ 47 ปีก่อนคริสตกาล โดยจากเอกสารประวัติศาสตร์ระบุว่า หอสมุดดั่งกล่าวถูกทำลายโดย จูเลียส ซีซาร์ จักรพรรดิโรมัน โดยได้เผาทำลายบางส่วนของหอสมุดเพื่อปิดกั้นเส้นทางของกองทัพเรือศัตรูเมื่อ ครั้งเข้ายึดเมืองในยุคของพระนางคลีโอพัตรา ในขณะที่ทฤษฏีอื่นๆ ก็ระบุว่า หอสมุดและหนังสือเกือบทั้งหมดถูกทำลายโดยจักรพรรดิธีออโดเชียส ผู้ปกครองชาวคริสต์ที่สั่งให้ทำลายเอกสารทุกอย่างที่ถือว่าเป็นของพวกนอกรีต หรือไม่ก็มาร์ก แอนโทนี่ได้ขนหนังสือทั้งหมดในหอสมุดแห่งนี้ไปอียิปต์ ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมดดังกล่าวได้ส่งผลทำให้ความรู้อดีตกาลที่มีค่ามากมายหาย สาบสูญพร้อมกับหอสมุดไปด้วย

5. Damascus Steel

เหล็กดามัสคัส คืออันดับที่ 5 ของทีมงาน toptenthailand : เหล็กดามัสคัสเป็นวัตถุที่แข็งแรงจนเป็นไปไม่ได้ว่ามันจะทำขึ้นจากโลหะที่ถูกใช้กันอย่าง แพร่หลายในสมัยกลาง ทางตะวันออกกลาง ประมาณ 1100-1700 ปีก่อนคริสตกาล โดยเหล็กเหล่านี้มีลักษณะเด่นคือมันมีความคม ความเหนียว ทนทาน แต่ใบมีดกลับคมและยืดหยุ่น นอกจากนี้ตัวมีดยังมีลวดลายพิศวงมีทั้งลายน้ำไหลหรือลายตัวอักษร นอกจากนี้มันยังเป็นเหล็กที่มีส่วนผสมของคาร์บอนสูงเป็นพิเศษ ซึ่งโดยปกติแล้วเหล็กที่มีคาร์บอนสูงจะเปราะง่าย แต่เหล็กดามัสคัสกลับยืดหยุ่น ทำให้กระบวนการผลิตนั้นยากที่จะรู้ว่ามันได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือวัตถุดิบที่ใช้ทำเหล็กนั่นเอามาจากอินเดียและศรีลังกาในชื่อ “Wootz Steel” รวมไปถึงแม่พิมพ์และส่วนผสมต่างๆ เพื่อสร้างใบมีดมีลวดลายสวยงามมีเอกลักษณ์ แต่กระนั้นกระบวนการผลิตเหล็กดามัสกัสนั้นก็ได้หายไปประมาณ 750 ปีก่อนคริสตกาลอย่างลึกลับ แต่มีหลายทฤษฏี และที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ เส้นทางการค้าถูกตัดขาดทำให้แร่พิเศษที่ใช้ผลิตเหล็กดังกล่าวนั้นมีน้อย อีกทั้งการพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ในการทำเหล็กนั้นค่อนข้างยากทำให้ช่วงหลังๆ ลวดลายใบมีดเริ่มลดลง ปัจจุบันมีหลายเจ้าที่อ้างว่ามีดของตนคือเหล็กดามัสกัสซึ่งความจริงแล้วสิ่ง เหล่านั้นเป็นเพียงการประมาณวิธีการทำเหล็กดามัสกัสส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนของแท้ของจริงนั้นยังไม่มีใครทำได้แต่อย่างใด

4. Apollo/Gemini Space Program Technology

ไม่เพียงแค่เทคโนโลยีจากสมัยโบราณเท่านี้ที่หายไป เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็เช่นกัน อย่างในอันดับที่ 4 ของทีม งาน toptenthailand : โครงการอพอลโล่และการส่งคนไปดวงจันทร์เองก็กำลังถูกยกเลิกเพราะการเข้ามาแทนที่ของหุ่นยนต์ โดยโครงการอพอลโล่เป็นโครงการต่อเนื่องเมอร์คิวรี่ และ เจมิไน มีเป้าหมายสำคัญคือ จะนำมนุษย์ลงไปสำรวจดวงจันทร์ ใช้มนุษย์อวกาศขึ้นไปครั้งละ 3 คน ตัวยานอวกาศประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ ยานบังคับการ ยานบริการ ยานลงดวงจันทร์ โดยโครงการอพอลโล่ เริ่มส่งมนุษย์ขึ้นโคจรในอพอลโล่ โดยขึ้นไปโคจรรอบโลก 163 รอบ ในปี 1968 โดยมนุษย์อวกาศชุดแรกลงไปเหยียบดวงจันทร์คือนักบินของยานอพอลโล่ 11 จำนวน 3 คน คือ นีล อาร์มสตรอง , เอ็ดวิน อี-แอลดริน และไมเคิล คอลลินส์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาซ่าทำให้มนุษย์เหยียบดวง จันทร์ครั้งแรกของโลก แม้โครงการเหล่านี้จะทำให้โลกเปลี่ยนไป แต่กระนั้นโครงการนั้นก็ถูกยกเลิกหลังจากส่งยานอพอลโล่ 17 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1972 ส่วนสาเหตุที่ถูกยกเลิกก็คือโครงการนี้ใช้เงินเกินงบประมาณและล่าช้า ทำให้โครงการเจมิไนเข้ามาแทนที่ โดยวัตถุประสงค์โครงการคือการส่งมนุษย์ไปลงดวงจันทร์ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการดำรงชีวิตขึ้นไปโคจรในอวกาศให้นานที่สุด แต่โครงการเจมิไนก็กำลังถูกยกเลิกโดยเหตุผลเดียวกัน และปัจจุบันพวกเขาได้เปลี่ยนเป็นใช้หุ่นยนตร์ขึ้นไปสำรวจแทน

3. Silphium

ต่อมาในอันดับที่ 3 ของทีมงาน toptenthailand : นั้นคือ Silphium เป็นพืชในสกุลเฟอรูล่า ยี่หร่า เป็นพืชที่เคยได้รับความนิยมในสมัยกรีก นำเข้าจากเมืองการค้าซาร์มอัลชีค ประเทศลิเบีย โดยต้นดังกล่าวผลเป็นรูปหัวใจ โดยชาวโรมันนิยมใช้มันปรุงอาหาร แก้อาการเจ็บคอ ไข้ อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง และนอกจากนี้มันยังมีฤทธิ์ในการคุมกำเนิดได้ด้วย โดยผู้หญิงจะดื่มน้ำผลไม้ของพืชชนิดนี้ทุกครั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็สามารถ ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งถือได้ว่าการใช้พืช Silphium ถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่เก่าแก่ที่สุดในการทำแท้ง ก่อนที่มันจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสตกาล เนื่องจากมันเป็นที่นิยมมาก แต่พืชชนิดนี้ขึ้นแต่เพียงเมดิเตอร์เรเนียนในแอฟริกาเท่านั้น การขาดแคลนดังกล่าวทำให้มันสูญพันธุ์ ปัจจุบันเราจึงเห็นต้นดังกล่าวได้จากในเหรียญโบราณของชาวโรมันที่เคยแกะสลักบันทึกไว้เท่านั้น

2. Roman Cement

มาถึงอันดับที่ 2 ของทีมงาน toptenthailand : สูตรปูนซีเมนต์สมัยใหม่ได้รับการพัฒนาในปี 1700 โดยส่วนผสมของมันอย่างง่ายคือน้ำ ทราย และหิน ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้นิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในศตวรรษที่ 8 แต่ในความจริงแล้วสูตรปูนซีเมนต์นั้นแพร่หลายมาช้านานในสมัยโบราณโดย เปอร์เซีย อัสซีเรีย อียิปต์และชาวโรมัน ชาวโรมมีสูตรปูนซีเมนต์ที่คงทนโดยผสมกับปูนขาวกับหินบดและน้ำ และด้วยสูตรนี้เองทำให้พวกเขาสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างมากมายที่มีชื่อเสียง และยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน อย่าง วิหารพาร์เธนอน โคลอสเซียม ผันน้ำระบบท่อโรมัน โรมันบาส ซึ่งเห็นได้ชัดว่าปูนซีเมนต์สมัยโบราณดีกว่าปูนสมัยปัจจุบันที่มันสามารถทน ต่อสภาพอากาศเป็นพันๆ ปี แต่แล้วสูตรปูนซีเมนต์ก็ได้หายสาบสูญในยุคมืดอย่างลึกลับ ทฤษฏีที่นิยมมากที่สุดคือความลับทางการค้าระหว่างช่างก่อตึกหินด้วยกัน และวิธีการทำซีเมนต์และคอนกรีตก็หายไปพร้อมกับคนที่รู้วิธีทำไปด้วย แต่กระนั้นก็มีข้อสันนิษฐานว่าปูนซีเมนต์ของพวกเขาได้ใส่ส่วนผสมพิเศษลงไป ด้วย โดยสารนี้จะทำให้สร้างฟองอากาศคอนกรีตช่วยให้วัสดุในการขยายทำให้ทนความร้อน และความเย็น ซึ่งสารเคมีนี้ยังคงความลับอยู่

1. Greek Fire

และนี่คือเทคโนโลยีที่หายสาบสูญที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อันดับ ที่ 1 ของทีมงาน toptenthailand : "ไฟกรีก" เป็นชื่อของอาวุธที่พัฒนาโดยกองทัพเรือไบแซนไทน์ ในสมัยยุคกลาง ประมาณศตวรรษที่ 11 โดยปกติแล้วจะใช้มันต่อสู้กับกองทัพเรือ โดยเปลี่ยนสูตรน้ำมันเผาไหม้และหลักกาลักน้ำมาใช้ พุ่งผ่านท่อทองเหลืองขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนเรือรบ ไปตกบนเรือของข้าศึก โดยมีการเก็บของเหลวไว้ในถังร้อนอัดที่ถูกอัด และพ้นผ่านท่อดังกล่าวโดยมีอุปกรณ์บางอย่างช่วยสูบ ส่วนผู้ควบคุมเครื่องนั้นจะซ่อนหลังโล่โลหะขนาดใหญ่ โดยไฟดังกล่าวนั้นไม่สามารถดับได้โดยน้ำธรรมดา มีการบันทึกไว้ว่าอาวุธนี้ถูกใช้ในการจับไล่ผู้รุกรานอาหรับ โดยไฟกรีกสามารถนำมาใช้ในหลายรูปแบบ เช่น ใช้มันถูกเทลงในขวดและโยนระเบิดใส่ศัตรู หรือกาน้ำแบบพกพา แต่แล้วเทคโนโลยีนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากการล่มสลายของไบแซนไทน์ และแม้ว่ามีบันทึกหลายฉบับเขียนกล่าวว่ามันมีการใช้จริง แต่ไม่ค่อยมีใครรู้การทำงานของมัน ในขณะที่องค์ประกอบทางเคมีของไฟกรีกยังคงมีการศึกษาและได้รับความสนใจจากนัก ประวัติศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ โดยทฤษฏีแรกคือการผสมของดินประสิวคล้ายกับการทำดินปืน แต่ความคิดนี้ปฏิเสธเพราะว่าดินประสิวไม่ไหม้ในน้ำ และทฤษฏีใหม่เชื่อว่าจะเป็นไฟกรีกคือส่วนผสมต่างๆ ของสารเคมีปิโตรเลียม รวมถึงปูนขาว กำมะถัน

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Oeuf en Cocotte

Hi there,
Today I have my adaptation of a French dish called Oeuf en Cocotte – baked egg in ramekin -which is made using creme fraiche. I did not have any creme fraiche on hand, so I decided to make it using cream instead.
Image
Ingredients
4 eggs
200 ml whipping cream
Truffle oil to taste
salt and pepper to taste
2 slices of bread
any cheese that melts well (I only had cheddar on hand, so I went with it.)
Image
Flavor the cream with salt and pepper to taste, if you would like to add any herb you can as well.
Pour some cream into the bottom of the ramekins, crack in the eggs, then top with more cream.
Bake in a water bath for 15 minutes, make sure the yolks are still runny.
Image
While the egg is baking make some cheesy toast by grating some cheese (I use cheddar because that’s all I had) on top of the toast and bake until melted.
Cut the bread into slices and use them to scoop out the creamy eggs. Before serving drizzle some truffle oil on top of the egg for added aroma.