วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

ร้าน 1000 เส้น ต้องลองงง


 - 1000 เส้น ในเขต  สามเสนใน กรุงเทพและปริมลฑล
 หน้าร้านจ้า
 - 1000 เส้น ในเขต  สามเสนใน กรุงเทพและปริมลฑล
 หน้าร้านจ้า
มาดูเมนูกันก่อนเลย มีพวกก๋วยเตี๋ยวแน่นอนตามชื่อร้าน แต่ดีตรงที่มีเส้นให้เลือกหลากหลาย แต่ไม่ถึงพันเส้นหรอกนะ 555 ส่วนเมนูทานเล่นก็มีนะคะ ... เรื่องราคา ก็แพงกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆทั่วไปนิดนึงจ้า แต่ก็นะ ก็ร้านเขาไม่ได้ตกแต่งธรรมดาๆซะหน่อย อิอิ mad
 - 1000 เส้น ในเขต  สามเสนใน กรุงเทพและปริมลฑล
 เมนู
 - 1000 เส้น ในเขต  สามเสนใน กรุงเทพและปริมลฑล
 เมนู
เริ่มจานแรกเลยดีกว่า หิวแล้วววว lol จานแรกกับ chopstickเกี๊ยวกรอบหมูเด้ง จานนี้ราคา 50 บาทจ้า อร่อยย กรอบได้ใจ ไส้หมูเด้งเยอะๆ อิอิ tongue
 - 1000 เส้น ในเขต  สามเสนใน กรุงเทพและปริมลฑล
   เกี๊ยวกรอบหมูเด้ง
ต่อกันกับเมนูหลัก เขาจะให้เราเลือกเส้นว่าเอาอะไร เช่น บะหมี่ไข่แบน บะหมี่หยก มาม่า สปาเก็ตตี้ เกี๊ยวกรอบ จากนั้นเราก็เลือก Topping 3 อย่าง เช่น กระดูกหมูอบน้ำผึ้ง หมูสับสาหร่าย สันคอหมูตุ๋น เป็นต้นจ้า smile
วันนี้เราเลือก chopstickบะหมี่ไข่แบน ใส่หมูนุ่มสด ตับหมู และลูกชิ้นหมูจ้า smile ชามนี้ราคา 55 บาทเท่านั้น อาจดูแพงน้า แต่ของเขาคุณภาพดี สด อร่อยจริง อิอิ
 - 1000 เส้น ในเขต  สามเสนใน กรุงเทพและปริมลฑล
   บะหมี่ไข่แบนหมู
ปิดท้ายกันที่ chopstickหมูปิ้งนมสด ราคา 50 ไม้ มี 4 ไม้จ้า mad ก็โอเคนะ หอมดี แต่แบบหมูมันออกแห้งๆไปหน่อย อาจเพราะไม่ค่อยติดมัน อิอิ แต่ก็นุ่มในระดับนะ ไม่เหนียว อิอิ smile
 - 1000 เส้น ในเขต  สามเสนใน กรุงเทพและปริมลฑล

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

10 สุดยอดอาหารที่ควรทานทุกวัน


เบอร์รี่


 1. เบอร์รี่ 

          แม้ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะเคยเป็นผลไม้ที่หาทานได้ยากในบ้านเรา แต่ในสมัยนี้เห็นจะไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีขายกันเกลื่อนตามห้างสรรพสินค้า และท้องตลาดบางแห่งด้วยแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมคะว่า ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารได้มากเลยทีเดียว แถมยังมีแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และที่สำคัญ ยังมีวิตามิน C ที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณและหวัดอีกด้วย

ไข่ไก่

 2. ไข่ไก่ 

          ไข่ไก่เป็นสุดยอดอาหารที่หาง่ายมาก ๆ แถมยังราคาถูกอีกแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมว่า ไข่ไก่นั้นเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพสูง ที่ทำให้คุณได้พลังงานแต่ไม่อ้วน แถมมีประโยชน์ในการบำรุงสายตา อ้อ แถมยังมีลูทีนที่จะป้องกันผิวคุณจากการทำลายของแสงแดดอีกด้วย

ถั่ว

  3. ถั่ว 

          ถั่วเป็นแหล่งของเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยในการส่งผ่านออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยในถั่ว 1 ถ้วย จะให้ธาตุเหล็กประมาณ 16 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถั่วยังมีไฟเบอร์ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ง่ายอีกด้วย

มะม่วงหิมพานต์

  4. อัลมอนต์ แม็คคาเดเมีย และมะม่วงหิมพานต์ 

          เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ จากการศึกษาของนักโภชนาการ พบว่า ผู้ที่รับประทานเมล็ดพืชเหล่านี้จะมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานถึง 2 ปีครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีโอเมก้า 3 เอแอลเอ ที่จะส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีด้วย

ส้ม


 5. ส้ม 

          เป็นแหล่งวิตามิน C คุณภาพ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค รวมทั้งยังมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งของแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย และเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว เรียกว่าคุณประโยชน์ครบครันเลยทีเดียว

มันเทศ

 6. มันเทศ 

          อาหารที่หาได้ง่าย แถมยังให้ประโยชน์มากมายกับสุขภาพอีก มันเทศเป็นแหล่งเบตาแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยในการบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง คือ มันเทศมีสารต้านมะเร็งสูงอีกด้วยค่ะ

บร็อกโคลี

  7. บร็อคโคลี่ 

          เป็นแหล่งของวิตามินซี เอ และเค เป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา และมีสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ (Isothiocyanates) ที่ช่วยต่อต้านมะเร็งปอด รวมถึงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ วิตามินเคยังเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกด้วย

ชา

  8. ชา 

          แม้ว่าชาจะเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ไม่ได้ให้ผลดีต่อสุขภาพเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่า การดื่มชาในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ มะเร็ง และทำให้สุขภาพฟันและกระดูกแข็งแรงขึ้น เพราะในชานั้นมีสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ

คะน้า

  9. คะน้า 

          มีสารเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด รวมถึงมีวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิต้านทานโรคที่ดี นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมเสริมสร้างการทำงานของกระดูก

โยเกิร์ต

  10. โยเกิร์ต 

          อาหารสุขภาพที่หลาย ๆ คนมักจะซื้อไว้ติดบ้าน เอาไว้ทานยามหิว และนั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้วค่ะ เพราะในโยเกิร์ตนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามินบี 12 และโปรตีน ดังนั้น ถ้าคุณทานโยเกิร์ตให้ได้วันละ 1 ถ้วย จะทำให้สุขภาพคุณดีอย่าบอกใครเลยล่ะ

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556


          เชื่อว่าหลาย ๆ คนเคยได้ยินเรื่องราวตำนาน "คุกอัลคาทราซ" ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคุกโหดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่ไม่มีใครสามารถที่จะหลบหนีออกมาได้โดยง่าย และมีนักโทษจำนวนไม่น้อยที่ต้องสังเวยชีวิต ณ ทัณฑสถานแห่งนี้ โดยในวันนี้กระปุกดอทคอมก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจของ คุกอัลคาทราซ มาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ
          สำหรับเกาะอัลคาทราซ เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางอ่าวซานฟรานซิสโก ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1775 (พ.ศ. 2318) โดยฆวน มานูเอล เด อยาลา อี อรันซา นักเดินเรือชื่อดังชาวสเปน และได้ตั้งชื่อเกาะอันโดดเดี่ยวแห่งนี้ว่า "ลา อิสลา เด โลส อัลกาตราเซส" ใน ภาษาสเปน อันหมายถึงเกาะที่เต็มไปด้วยนกทะเล เนื่องจากไม่ปรากฏว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่จะสามารถเข้าและออกจากเกาะแห่ง นี้ได้นอกจากนกทะเลเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อชาวอังกฤษเดินทางเข้ามาในบริเวณดังกล่าวก็ได้เรียกขานเกาะอัล กาตราเซสแห่งนี้ว่า "อัลคาทราซ" ตามสำเนียงภาษาตัวเอง
          เดิมทีเกาะแห่งนี้ถูกใช้สำหรับเป็นที่ตั้งประภาคารของพวกนักเดินเรือ แต่ด้วยความโดดเดี่ยวห่างไกลของเกาะแห่งนี้ บวกกับคลื่นลมที่ปั่นป่วนรุนแรงในอ่าวซานฟรานซิสโกตลอดทั้งปี ทำให้เกาะแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมืองในสมัยสงครามกลางเมืองอเมริกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 (พ.ศ. 2404)
          จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1934 (พ.ศ. 2477) สำนักงานราชทัณฑ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีพี ได้ตัดสินใจเปิดเรือนจำขึ้นบนเกาะแห่งนี้ โดยมีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงป้อมค่ายต่าง ๆ เพิ่มเติมจากสมัยสงครามกลางเมือง เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับรองรับบรรดานักโทษระดับแถวหน้าของประเทศ เจ้าพ่อมาเฟีย โจรปล้นธนาคาร รวมถึงอาชญากรสุดโฉดที่ไม่มีเรือนจำแห่งใดในประเทศเอาอยู่ ภายใต้ระบบการ รักษาความปลoดภัยที่มีความเข้มงวดสูงสุด หรือที่เรียกกันว่าเป็นเรือนจำระดับ "ซูเปอร์แม็กซ์" ซึ่งนักโทษชื่อดังหลายคน เช่น อัล คาโปน, รอเบิร์ต สเตราด์, จอร์จ เคลลี, เจมส์ บัลเจอร์ และแอลวิน คาร์ปิส ก็เคยถูกคุมขังในเรือนจำแห่งนี้
          ทั้งนี้ จาก สถิติความพยายามของนักโทษที่จะหลบหนีจากความโหดร้ายทารุณภายในเรือนจำแห่ง นี้ พบว่ามีทั้งสิ้น 14 ครั้งและมีนักโทษที่พยายามหลบหนีออกจากเกาะอัลคาทราซทั้งสิ้น 36 คน แต่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ โดยนักโทษ 23 คน ถูกตามจับกลับมาและโดนทรมานปางตาย อีก 6 รายถูกยิงทิ้งขณะหลบหนีส่วนที่เหลือแม้จะหนีออกมาจากเกาะได้ แต่ก็มีอันต้องจมน้ำเสียชีวิตในอ่าวซานฟรานซิสโก
          อย่างไรก็ตาม เมื่อ วันที่ 20 มีนาคม ปี 1963 (พ.ศ. 2506) คุกอัลคาทราซได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ จากคำสั่งของ โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่เห็นว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เรือนจำแห่งนี้สูงมากเมื่อเทียบกับเรือนจำอื่น ๆ ในประเทศ อีกทั้งตัวอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ บนเกาะอัลคาทราซถูกกัดกร่อนด้วยฤทธิ์ของเกลือจากน้ำทะเลจนเสื่อมสภาพยากจะ ซ่อมแซม
          แต่ต่อมา พื้นที่แห่งนี้ได้เปิดเป็นศูนย์ฝึกอบรมอาชีพให้กับคนพื้นเมืองอเมริกัน ในปี พ.ศ. 2512-2514 ก่อนจะถูกปิดไปอีกครั้ง และในปีต่อมาเกาะอัลคาทราซก็ถูกโอนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ "Golden Gate National Recreation Area" และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
          และ ด้วยกิตติศัพท์ความเป็นคุกที่โหดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีนักโทษจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตในคุกแห่งนี้ ก็ทำให้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนเปิดเผยเช่นกันว่า พวกเขามักได้ยินเสียงประหลาด ๆ เช่น เสียงตัดเหล็ก เสียงปิดประตูห้องขัง หรือเสียงหวีดร้องจากห้องใต้ดิน ซึ่งยังคงมีผู้ได้ยินอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แม้เรือนจำแห่งนี้จะปิดตัวไปนานมากแล้วก็ตาม

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

10 เหตุการณ์พลีชีพที่สะเทือนใจคนทั้งโลก


อันดับที่ 10: ปูปูตันที่บาหลี
ปู ปูตัน เป็นคำในภาษาบาหลี แปลได้ว่า การพลีชีพ เรื่องราวนั้น เริ่มจากการที่ฮอลันดาต้องการจะยึดบาหลีทางใต้โดยอ้างว่าจะไปกู้ซากเรือจีน และให้อาณาจักรบาดุง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรของคนพื้นเมือง จ่ายค่าชดเชย 3,000 เหรียญเงิน แต่ทางบาดุงไม่ยอม กลุ่มทหารเลยเริ่มโจมตีที่เมืองเดนปาซาร์ ซึ่งเป็นของอาณาจักรบาดุง แต่ทางฝ่ายบาดุงกลับใช้วิธีแบบนักรบก็คือ การพลีชีพ
โดยบรรดาเชื้อ พระวงค์ทรงเผาพระราชวังและแต่งพระองค์เต็มพระยศพร้อมทรงกริช ทรงดำเนินพร้อมกับเหล่านักบวชและข้าราชบริพารเข้าต่อสู้ แต่ทั้งหมดไม่ยอมจำนน กลับแทงตัวตายด้วยกริชแทน เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีชาวบาหลีเสียชีวิตประมาณ 4,000 คน และอีกหลายๆอาณาจักรที่ฮอลันดาบุกโจมตี ก็ทำการปูปูตันแบบอาณาจักรบาดุงอีกมากมายเช่นกัน
อันดับที่ 9: ลัทธิ Solar Termple
Solar Temple เป็นลัทธิๆหนึ่งที่ถูกสร้างโดย ลุค จูเรต์ โดยทำให้สาวกทุกคนเชื่อว่า ตัวเองคืออัศวินแห่งเทมพลาร์ในศตวรรษที่ 14 และ ในปี ค.ศ.1984 ลุค จูเรต์ก็กลายเป็นศาสดาที่มีสาวกเป็นจำนวนมาก แต่อาการทางประสาทของจูเรต์เริ่มถึงขีดสุดในปี ค.ศ.1994 เมื่อจูเรต์ถือดาบกวัดแกว่งไปมาแล้วแทงทารกวัย 3 เดือนตายคาที่ โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ต่อต้านพระคริสต์มาเกิดต่อหน้าพ่อแม่ของเด็กคนนั้น
อีก 15 วันต่อมา จูเรต์ก็เอายาพิษผสมเครื่องดื่มให้สาวกคนสนิท 15 คนกินจนชักเหมือนหนูโดนยาเบื่อ ส่วนคนไม่ดื่มก็ถูกยิง หรือไม่ก็ถูกรมควันจนสำลักตาย เมื่อตำรวจบุกเข้าไปก็พบแต่ศพเกลื่อนสำนักไปหมดนับได้ 75 ศพ มีทั้งที่ฆ่าตัวตายและถูกฆาตกรรม รวมทั้งตัวจูเรต์ก็กลายเป็นศพไปด้วย
อันดับที่ 8: ฮาราคีรี
ฮาราคีรี หรือ เซ็ปปุกุ เป็นการฆ่าตัวตายอย่างนึงในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคสมัยซามูไร โดยซามูไรทุกคนจะถูกสอนในเรื่องเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองมาก หากตัวเองพ่ายแพ้ต่อศัตรูหรือเจอเหตุการณ์อัปยศอดสู ซามูไรเหล่านั้นก็ยินดีที่จะตายด้วยมือของตัวเอง โดยใช้ดาบสั้นคว้านท้องตัว เพื่อชดใช้ความอับอายและแสดงความกล้าของตัวเอง ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในครอบครัวของซามูไรก็ต้องทำพิธี ไจไก (Jigai) หรือการตัดเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นคอซึ่งจะทำให้ตายในทันทีด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามจับตัวไปเป็นเชลยหรือกระทำมิดีมิร้าย
ยก ตัวอย่างเหตุการณ์ในเรื่อง The Last Samurai ที่ศึกสุดท้าย คัทซึโมโต้ ได้กระทำการฮาราคีรีตัวเอง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นนักรบสายเลือดบูชิโด ดีกว่าต้องตายด้วยน้ำมือของศัตรูนั่นเอง
อันดับที่ 7: กลุ่ม Sikarii
เรื่อง นี้มีที่มาตั้งแต่สมัยที่มีการใช้ดาบและธนูเป็นอาวุธ เริ่มต้นจากการที่ทหารโรมันได้เข้าทำมาทำลายระบบการปกครองของชาวยิวใน ปาเลสไตน์และเข้ามาปกครองเอง เหล่ากลุ่มชาวยิวหัวรุนแรงก็ได้รวมกลุ่มกันและใช้ชื่อว่า Sikarii โดยในช่วงแรก กลุ่ม Siikari ยังไม่มีการใช้กำลังรุนแรงใดๆ
แต่เมื่อ ทหารโรมันเริ่มฆ่าแบบไร้เหตุผล กลุ่ม Siikari จึงเริ่มใช้ความรุนแรงบ้าง โดยการ ทำร้ายชาวยิวที่เข้าร่วมกับฝ่ายโรมัน ทหารโรมัน หรือเจ้าหน้าที่ชั้นสูง สาเหตุที่ทำแบบนี้ก็เพื่อต้องการบอกว่า ในเมื่อคนยิวที่อยู่ใต้การดูแลของโรมันยังตายได้ แล้วไหงถึงไว้ใจ ฝากชีวิตไปอยู่กับโรมันได้อีก นอกจากนี้ยังได้ทำการเป่าหูให้คนยิวเกลียดชังชาวโรมันมากขึ้น และในที่สุด กลุ่ม Siikari ก็เริ่มมีคนเข้ามาอยู่มากขึ้น
อย่างไรก็ตามการต่อต้าน ดังกล่าวสิ้นสุดลง ภายหลังจากที่โรมันได้ปิดล้อมกลุ่ม Sicarii ที่เมือง Masada กลุ่ม Sicarii ได้ปฏิเสธที่จะยอมแพ้และได้ฆ่าตัวตายพร้อม ๆ กัน ทั้งผู้หญิงและเด็กนับเป็นจำนวนพัน
อันดับที่ 6: พิธีเยาฮาร์ อินเดีย
การ ฆ่าตัวตายอันนี้ มีสาเหตุมาจากสงครามกับเปอร์เซียที่ยกทัพบุกมาอินเดีย โดยราชบุตร นักรบผู้มีเชื้อสายของกษัตริย์ตัดสินใจเผาลูกเมียของตนทุกคนเมื่อเห็นว่า กำลังจะแพ้สงครามดีกว่ายอมให้ถูกจับกุม หรือถูกบังคับให้เปลี่ยนศาสนา ก่อนที่ตนจะกลับเข้าไปสู่สนามรบและตายอย่างมีเกียรติ พิธีการฆ่าหมู่ลูกเมียของตนในครั้งนั้นเรียกว่า พิธีเยาฮาร์ (Jauhar) ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะการรบกับประเทศมุสลิมเท่านั้น
อันดับที่ 5: เผาตัวตายประท้วง ที่เวียดนาม
การ พลีชีพครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ในช่วงที่รัฐบาลเวียดนามออกนโยบายกีดกันศาสนา ซึ่งมีนโยบายให้ประชาชนนับถือศาสนาคริสต์แทนศานาพุทธ (แต่ภายหลังก็ยกเลิกนโยบายนี้ไป) โดยมีเจ้าอาวาสรูปหนึ่งได้ทำการประท้วงด้วยการ เผาตัวเองประท้วงนโยบายของรัฐบาล โดยราดน้ำมันใส่ตัวแล้วเผาตัวเองตายในท่านั่งสมาธิ หลังจากที่มรณะภาพแล้วพบว่า หัวใจของท่านไม่ได้มอดไหม้ไปกับเปลวไฟ จึงได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สถูปทองคำภายในวัด
อันดับที่ 4: ลัทธิ Heaven's Gate
Heaven's Gate หรือ ประตูสวรรค์ เป็นลัทธิที่เชื่อในเรื่อง UFO ก่อตั้งโดย มาแชลล์ แอปเปิ้ลไวท์ โดยเค้าได้ฝังความเชื่อว่า มนุษย์ไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่มาจากมนุษย์ต่างดาว และยังบอกอีกว่า โลกใบนี้กำลังจะถูกชำระล้างใหม่ และวิธีที่จะรอดจากเหตุการณ์นี้คือ ชิ่งตัวตายก่อนแล้วจากนั้น จะมี UFO มารับดวงวิญญาณไปยังดาวเคราะห์ที่อยู่ด้านหลังดาวหาง Hale-Bopp
ภาพศพที่ฆ่าตัวตายหมู่ของลัทธิ Heaven's Gate
ผล สุดท้ายก็คือ มีการฆ่าตัวตายหมู่ในวันที่ 26 มีนาคม ปี 1997 ที่คฤหาสน์ในเมืองซาดิเอโก โดยในวันนั้น เป็นช่วงที่ดาวหาง Hale-Bopp มาเยือนโลกพอดี และเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 39 คน รวมถึงตัวเจ้าของลัทธิได้ ส่วนสาเหตุการตายนั้น มากจากการดื่มวอดก้าผสมยาพิษแบบรุนแรงเข้าไป
อันดับที่ 3: ลัทธิ The Branch Davidian
ฃลัทธิ นี้เป็นอีกลัทธิหนึ่งที่สร้างโศกนาฏกรรมอย่างใหญ่หลวงเหมือนกัน (จำได้ว่าเคยดูข่าวนี้ด้วย) ถูกสร้างโดย เดวิช โคเรช ซึ่งเค้าแอบอ้างว่า เค้าเป็นตัวแทนจากพระเจ้าที่จะมาทำหน้าที่หว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่ในวันสิ้นโลก และเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ก็คือ สาวกทั้งหลายนั่นเอง และยังบอกอีกว่า พระเจ้ากำหนดให้เค้าต้องมีเมียถึง 140 คน (โลภเกิ๊นน)
แต่ แล้วเหตุการณ์เลวร้ายก็เริ่มขึ้น เมื่อทางการจับได้ว่า เจ้าลัทธิได้ก่อคดีทารุณเด็กและสตรี อีกทั้งยังสะสมอาวุธสงครามอีก และในปี 1993 FBI ก็ไล่ต้อนเค้ากับสาวกได้ที่รัฐเท็กซัส แต่ตัวเดวิชไม่ยอมมอบตัว สุดท้ายเค้าเลยตัดสินใจ เผาบ้านที่ใช้เป็นที่หลบซ่อนพร้อมกับเหล่าสาวก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 79 คน ซึ่งแต่ละศพที่เห็นก็ยากเกินจะบรรยายได้
อันดับที่ 2: กลุ่ม MRTC ประเทศอูกันดา
MRTC ย่อมาจาก Movement for the Restoration of the Ten Commandments of God หรือถ้าแปลเป็นไทยก็ กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อบูรณะบัญญัติ 10 ประการ กลุ่มนี้ถูกจัดตั้งโดย นางซีเครโดเนีย กับ นายคิบเบเทีย โดยนางซีเครโดเนีย อ้างว่า สามารถติดต่อกับพระแม่มารีได้ ส่วนนายโจเซฟก็ถูกนางซีเครโดเนียแต่งตั้งให้เป็นศาสดา โดยทั้งคู่ตั้งกลุ่มมาจริงๆเพื่อต้ิองการหลอกเอาเงินและมีอำนาจเหนือชาวบ้าน อีกทั้งยังตั้งกฏให้สาวกคุยกันด้วยภาษามืออย่างเดียว และให้กินข้าวได้เฉพาะวันจันทร์กับวันศุกร์เท่านั้น
ส่วนผลงานของ ลัทธินี้คือ มีชาวอูกันดาฆ่าตัวตายไปพันกว่าคน เพราะนางซีเครโดเนียบอกว่า จะเกิดวันสิ้นโลกในวันที่ 1 มกราคม ปี 2000 แต่เอาเข้าจริงก็ไม่เกิไรขึ้น นางเลยเฉไฉไปว่า พระเจ้าเลื่อนวันออกไปเป็นวันที่ 17 มีนาคม ถ้าหากอยากรอด ก็ต้องชิงฆ่าตัวตายก่อน สุดท้ายเลยมีเหยื่อกินยาพิษฆ่าตัวตายกันเป็นแถบ คนที่ไม่ตาย ก็ถูกแทงบ้าง ทุบหัวบ้าง
และในวันที่ 17 มีนาคม นางก็ได้นัดสาวกไปที่โรงนาแห่งหนึ่ง พร้อมกับทานอาหารมื้อสุดท้าย ก่อนจะจุดไปเผาโรงนานั้นทิ้ง สรุปแล้วมีผู้เสียชีวิตไป 513 ศพ นอกจากนี้ยังพบศพในที่ดินของนายคิบเทเวียอีก 265 ศพ ซึ่งแต่ละศพนั้น ถูกฆ่าหรือไม่ก็วางยาพิษ ส่วนนางซีเครโดเนียถูกจับได้ในเดือนถัดมา
อันดับที่ 1: การพลีชีพที่ Jonestown
การ พลีชีพนี้ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความสูญเสียก็ว่าได้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากลัทธิอีกล่ะ ก่อตั้งโดย จิมส์ โจนส์ ซึ่งอ้างว่า ตัวเองเป็นนักบุญมาตั้งแต่เกิดพร้อมทั้งโจมตีศาสนาอื่นๆ และยังคอยรวบรวมเหล่าสาวกจนได้เป็นจำนวนมาก ต่อมาเจ้าลัทธิคนนี้ก็ย้ายสาวกไปตั้งเมืองใหม่ ชื่อว่า Jonestown ซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอกและมีสมาชิกถึงพันกว่าคน
ต่อมาได้มีสมาชิก รัฐสภาชื่อว่า ลีโอ รายอัน ได้รับการร้องเรียนจากอดีตสาวกและครอบครัวสาวกที่อยู่ที่ Jonestown นายลีโอ รายอันจึงเดินทางไปยังเมืองนี้พร้อมกับนักข่าวอีก 3 คน แต่ตอนขากลับ รายอันได้แอบพาสาวกที่กลับใจออกมา แต่สุดท้ายความแตก เลยโดนฆ่าตายเกลี้ยง
วาระ สุดท้ายมาถึง เมื่อนายจิมรู้ว่า ยังไงตำรวจก็ต้องมาจับเค้าไปเพราะดันไปฆ่าสมาชิกรัฐสภา เึค้าเลยเรียกสาวกมาประชุมพร้อมกันและให้ฆ่าตัวตายด้วยการดื่มยาพิษไซยาไนท์ หลังจากสิ้นเสียงประกาศของนายจิม คนก็เริ่มทยอยฆ่าตัวตายกัน ส่วนบางคนที่ไม่เห็นด้วยก็ถูกสาวกคนอื่นๆ ฆ่าตาย สรุปแล้ว มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 914 คน ส่วนนายจิมถูกพบบนแท่นเวที ในสภาพมีรอยกระสุนถูกยิงเข้าที่ขมับ