วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

Birthday Cake Cake Pops

                                                      IMG_7806
1 Box Duncan Hines Yellow Cake Mix + Ingredients Listed On Box
8oz. Duncan Hines Frosting Creation Starter Icing (half can)
Milk Chocolate Melting Chocolate
White Melting Chocolate
Lollipop Sticks
Sprinkles
Candles
Makes 18 cakes pops.
Step 1: Bake cake.
Step 2: Crumble cake into food processor and process until the cake is tiny little crumbs.
IMG_7394-2
Step 3: Add in 8oz (half can) of Duncan Hines Frosting Creations Starter Frosting© blend until completely combined. Move icing/cake mixture into a bowl work together with your hands just a bit and form a ball. Place in the fridge for 20 minutes to chill.
IMG_7395-2
Step 3: Roll and cut cake pop circles.
Here’s where I REALLY strayed from the average cake pop method. I never rolled the little balls and then shaped each one. I simply just rolled between two pieces of wax paper. Then I just used my circle cutter and cut out two circles for every cake pop. You can use the old method or try this out…but this worked for me. And made by brain hurt a whole lot less. I didn’t have a guide that was thick enough so I just eyed it…but my dough was about 1/2in thick. The circle cutter I used was 1.5 inches from Wilton’s circle cutting set.
Step 3: Roll and cut cake pop circles and place on wax paper. (you can see the other cake pops I made in the photos as well).
IMG_7400-2
IMG_7401-2
IMG_7418-2
Step 4: Melt a little bit of your milk chocolate melting chocolate. If your using a chocolate melter like I do, you can go ahead and melt it all now. If you need more info on melting chocolate or my process you can find that in Melting Chocolate 101. (pst) mine is white because I was still working with the other cake pops, sry!)
Start by dipping a half inch of your stick in the chocolate…then spread it around between the two circle layers of cake pop. This will “glue” your cake layers together…make sure they are nice and “glued”! Then dip your stick again and push half way into the two laters.
IMG_7433-2
IMG_7445
Step 4: PLace them in the freezer for a few minutes to let the chocolate firm. You can lay them on their side if needed. While they are chillin go ahead and trim up your candles.
IMG_7489-2
Step 5: Pull the cake pops and let them set on the counter for a few minutes. You don’t want to cover a freezing cold cake pop with warm chocolate. While you are waiting get your milk chocolate ready and supplies organized.
IMG_7492-2
Step 5: Either dip or spoon chocolate over your cake pop. Then gently tap and swirl till the excess is off. I always spoon chocolate over…much less chance of the cake pop sliding off! I also keep my cake pop tilted up on the side of my melter while tapping. Then prop up to dry…I’m using my new KC Bakes stand. Good bye styrofoam!
IMG_7499-2
Once all your cake pops are covered in milk chocolate it’s time to melt your white chocolate. If you have extra chocolate don’t waste it! Check out how to save that extra milk chocolate here.
Step 6: Once your white chocolate is melted, pour a small amount into a plastic bag with a small round tip. You will use this to make the “dripping” icing on top.
IMG_7483-2
Step 7: Gently dip your cake pop into the white chocolate. Just BARELY dip it…you don’t want it running down on it’s own. It’s not pretty! lol.
IMG_7501-2
Step 8: Right away while the top is still wet use the white chocolate in the pipping bag and gently pipe the drips on. The best way I found to do this was apply just a bit of pressure then move the tip over a bit…apply more pressure…more it over a bit more. Each time letting the icing drip just a bit and allowing space between each “drip”.
IMG_7504
Step 9: While icing is wet gently push the candy in a little bit and sprinkle with sprinkles.Let dry.
IMG_8006-2

IMG_7946 IMG_7921
IMG_7997

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

นกที่หายากกกก

หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกช้อนหอยหงอน (Asian crested ibis) หรือ นิปโปเนีย นิปปอน (Nipponia nippon) ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์ เมื่อก่อนเคยมีอยู่ทั่วรัสเซีย ญี่ปุ่น และจีน แต่ปัจจุบันประชากรของนกชนิดนี้ได้ลดลงเหลือราว 250 ตัว ในมณฑลส่านซีของจีนเท่านั้น เนชันนัลจีโอกราฟิกอ้างข้อมูลจากเว็บไซต์โครงการนกหายากของโลกว่า ปัจจัยคุกคามนกชนิดนี้อาจมาจากการทำเกษตรกรรม ซึ่งลดปริมาณอาหารของนกชนิดนี้: ภาพโดย เฉวียน หมิน หลี (Quan Min Li)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพเป็ดปากยาวข้างลาย (scaly-sided merganser) 2 ตัวขณะแล่นไปแล่นไปบนน้ำ เป็นภาพรองชนะเลิศอันดับ 5 ในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งการสูญเสียที่อยู่อาศัยและการล่าอย่างผิดกฎหมายได้ลดประชากรนกชนิดนี้เหลืออยู่ในรัสเซียและจีนเพียงแค่ประมาณ 2,500 ตัว: ภาพโดย มาร์ติน เฮล (Martin Hale)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกฮูกป่า (forest owlet) ในอินเดียตอนกลาง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ นกชนิดนี้อาศัยอยู่ในป่าซึ่งถูกบุกรุกอย่างหนักจนป่าถูกแบ่งออกเป็นผืนเล็กผืนน้อย และถิ่นที่อยู่ของนกชนิดนี้ยังคงถูกบุกรุกอย่างต่อเนื่อง: ภาพโดย เจย์เอช เค.โจชิ (Jayesh K. Joshi)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกกระเรียนมงกุฎแดง (Red-crowned crane) เป็นภาพรองชนะเลิศในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์ โดยนกกระเรียนในภาพนี้กำลังแสดงท่าทางเกี้ยวพาราสีระหว่างหาคู่ แม้ว่าประชากรของนกชนิดนี้ในญี่ปุ่นจะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ประชากรทั่วเอเชียซึ่งเป็นพื้นส่วนใหญ่กำลังลดลงไปตามถิ่นอาศัยที่ลดลง รวมถึงการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำไปเพื่อการเกษตรและการพัฒนา: ภาพโดย ฮัวจิน ซัน (Huajin Sun)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกแก้วท้องส้ม (Orange-Bellied Parrot) ที่ชนะเลิศในหมวดนกอพยพที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์ นกแก้วพันธุ์เล็กชนิดนี้จะผสมพันธุ์เฉพาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของทาสมาเนียเท่านั้น จากนั้นจะอพยพไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียในช่วงฤดูหนาว ซึ่งถิ่นที่อยู่ระหว่างหนีหนาวของนกชนิดนี้ถูกบุกรุกจากการเกษตรและการพัฒนา ประมาณว่าเหลือนกแก้วท้องส้มอยู่ในธรรมชาติน้อยกว่า 150 ตัว: ภาพโดย เดวิด บอยล์ (David Boyle)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกแก้วคาคาโป (Kakapo) ซึ่งชนะเลิศการประกวดในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ นกแก้วขนาดใหญ่ที่บินไม่ได้นี้พบได้ในนิวซีแลนด์เท่านั้น และเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 124 ตัว โดยนกชนิดนี้ถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็วจากนักล่าที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น แมวป่า เป็นต้น: ภาพโดย เชน แมคอินน์ส (Shane McInnes)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดมรกตฮอนดูรัส (Honduran Emerald) บนกิ่งไม้ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ พบนกชนิดนี้ได้เฉพาะในฮอนดูรัส โดยประชากรนกชนิดนี้กำลังลดลงเนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่: ภาพโดย โรเบิร์ต อี.ไฮแมน (Robert E. Hyman )
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกปาลิลา (Palila) ในฮาวาย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 6 ในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ ปัจจัยจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่ การล่าโดยสัตว์ตระกูลแมวและความแห้งแล้งนำไปสู่การลดลงของประชากรนกชนิดนี้ในฮาวาย คาดว่าในอีก 14 ปีข้างหน้าจำนวนนกชนิดนี้จะลดลงถึง 97% : ภาพโดย อีริค เอ.แวนเดอร์เวิร์ฟ (Eric A. VanderWerf)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกโจรสลัดเกาะคริสต์มาส (Christmas Island Frigatebird) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ โดยพบนกชนิดนี้ได้เฉพาะบนเกาะคริสต์มาส (Christmas Island) ของออสเตรเลีย และนกชนิดกำลังหายไปจากเกาะเนื่องจากการสูญเสียที่อยู่อาศัย การทำเหมืองฟอสเฟต มลพิษทางทะเล การทำประมงเกินขนาด และอีกหลายสาเหตุ: ภาพโดย เดวิด บอยล์ (David Boyle)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
เป็ดกินปลาบราซิล (Brazilian Merganser) พร้อมกับลูกเป็ดตัวเล็กๆ เป็นภาพที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ ซึ่งภาพนี้แสดงถึงความหวังต่อการอยู่รอดของสปีชีส์นี้ และชี้ว่าสถานการณ์ของเป็ดกินปลาบราซิลดีขึ้นกว่าที่คิดไว้: ภาพโดย ซาวิโอ เฟรียร์ บรูโน (Savio Freire Bruno)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกบัสตาร์ดใหญ่อินเดีย (Great Indian Bustard) ขณะบินได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์หรือไม่มีข้อมูลไม่เพียงพอ ซึ่งการล่าเพื่อเป็นกีฬาและอาหารในอินเดียทำให้นกชนิดนี้เสี่ยงสูญพันธุ์: ภาพโดย ซาบา บาร์คอคซี (Csaba Barkoczi)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพ นกฮัมมิงเบิร์ดหางติ่ง (Marvellous Spatuletail) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์หรือไม่มีข้อมูลไม่เพียงพอ ประมาณกันว่าเหลือนกชนิดนี้ไม่ถึงพันตัว และการลดลงของประชากรนกสวยงามนี้เป็นผลจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกกัญชา และกาแฟ : ภาพโดย แดเนียล โรสเอนเกรน (Daniel Rosengren) ภาพประกอบทั้งหมดจากเนชันนัลจีโอกราฟิก

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Bellagio Fountains
น้ำพุสวยสุดโรแมนติกนี้ ตั้งอยู่ที่ Bellagio เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Swarovski Face Fountain
น้ำพุหน้าตาประหลาดแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า สำนักงานใหญ่ของ Swarovski เมือง Wattens ประเทศออสเตรีย
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Floating Fountains
10 น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก
น้ำพุลอยได้ นี้เป็นผลงานของ Isamu Noguchi เห็นแล้วราวกับว่า เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนั่นจะทะยานขึ้นฟ้า
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Vortex Fountain
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก
น้ำพุประหลาด แห่งนี้ มีชื่อว่า Charybdis ออกแบบโดย William Pye ดูภาพนิ่งแล้วเหมือนโหลแก้วธรรมดา หากดูภาพจากวิดีโอจะเห็นความเคลื่อนไหวอันน่าทึ่ง
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Fountain of Rings
น้ำพุวงแหวน นี้ อยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ของ เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นน้ำพุที่ควบคุมการทำงานของแสงด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบพ่นน้ำจะทำงานตามเสียงเพลงที่เปล่งจากเจ้าหน้าที่ในหอคอยแสงรอบน้ำพุ
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Crown Fountain
                            
น้ำพุประหลาด สุดกวนนี้ ตั้งอยู่ที่ Millennium Park  สวนสาธารณะแห่ง ชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศอเมริกา
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Banpo Bridge Fountain
สะพานน้ำพุสุดสร้างสรรค์ แห่ง กรุงโซล ถือเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งประเทศเกาหลีใต้ >>อ่านต่อ
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : El Alamein Fountain
น้ำพุรูปทรงแปลกตานี้ เป็นอนุสรณ์แห่งสงคราม ตั้งอยู่ที่ เมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Dancing Fountain in Dubai
                       
น้ำพุเต้นระบำนี้ เป็นส่วนหนึ่งของห้างดัง Dubai Mall แห่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขึ้นชื่อว่าเป็น น้ำพุที่สูงที่สุดในโลก
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Fountain of Wealth
                            
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก ซึ่งมีชื่อว่า น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง นี้ ตั้งอยู่ที่ Suntec City หนึ่งในห้างฯที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์ ว่ากันว่า..ต้องเดินรอบน้ำพุให้ครบ 3 รอบ พร้อมสัมผัสละอองน้ำ จะทำให้โชคดีและเกิดเจริญรุ่งเรืองในชีวิต กลางวันอาจดูไม่ค่อยหวือหวา แต่กลางคืนจะมีการแสดงสาดแสงเลเซอร์เคล้าสายน้ำพุ เป็นภาพที่หลายคนตั้งตารอ!