วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

นกที่หายากกกก

หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกช้อนหอยหงอน (Asian crested ibis) หรือ นิปโปเนีย นิปปอน (Nipponia nippon) ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์ เมื่อก่อนเคยมีอยู่ทั่วรัสเซีย ญี่ปุ่น และจีน แต่ปัจจุบันประชากรของนกชนิดนี้ได้ลดลงเหลือราว 250 ตัว ในมณฑลส่านซีของจีนเท่านั้น เนชันนัลจีโอกราฟิกอ้างข้อมูลจากเว็บไซต์โครงการนกหายากของโลกว่า ปัจจัยคุกคามนกชนิดนี้อาจมาจากการทำเกษตรกรรม ซึ่งลดปริมาณอาหารของนกชนิดนี้: ภาพโดย เฉวียน หมิน หลี (Quan Min Li)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพเป็ดปากยาวข้างลาย (scaly-sided merganser) 2 ตัวขณะแล่นไปแล่นไปบนน้ำ เป็นภาพรองชนะเลิศอันดับ 5 ในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งการสูญเสียที่อยู่อาศัยและการล่าอย่างผิดกฎหมายได้ลดประชากรนกชนิดนี้เหลืออยู่ในรัสเซียและจีนเพียงแค่ประมาณ 2,500 ตัว: ภาพโดย มาร์ติน เฮล (Martin Hale)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกฮูกป่า (forest owlet) ในอินเดียตอนกลาง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ นกชนิดนี้อาศัยอยู่ในป่าซึ่งถูกบุกรุกอย่างหนักจนป่าถูกแบ่งออกเป็นผืนเล็กผืนน้อย และถิ่นที่อยู่ของนกชนิดนี้ยังคงถูกบุกรุกอย่างต่อเนื่อง: ภาพโดย เจย์เอช เค.โจชิ (Jayesh K. Joshi)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกกระเรียนมงกุฎแดง (Red-crowned crane) เป็นภาพรองชนะเลิศในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์ โดยนกกระเรียนในภาพนี้กำลังแสดงท่าทางเกี้ยวพาราสีระหว่างหาคู่ แม้ว่าประชากรของนกชนิดนี้ในญี่ปุ่นจะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ประชากรทั่วเอเชียซึ่งเป็นพื้นส่วนใหญ่กำลังลดลงไปตามถิ่นอาศัยที่ลดลง รวมถึงการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำไปเพื่อการเกษตรและการพัฒนา: ภาพโดย ฮัวจิน ซัน (Huajin Sun)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกแก้วท้องส้ม (Orange-Bellied Parrot) ที่ชนะเลิศในหมวดนกอพยพที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์ นกแก้วพันธุ์เล็กชนิดนี้จะผสมพันธุ์เฉพาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของทาสมาเนียเท่านั้น จากนั้นจะอพยพไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียในช่วงฤดูหนาว ซึ่งถิ่นที่อยู่ระหว่างหนีหนาวของนกชนิดนี้ถูกบุกรุกจากการเกษตรและการพัฒนา ประมาณว่าเหลือนกแก้วท้องส้มอยู่ในธรรมชาติน้อยกว่า 150 ตัว: ภาพโดย เดวิด บอยล์ (David Boyle)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกแก้วคาคาโป (Kakapo) ซึ่งชนะเลิศการประกวดในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ นกแก้วขนาดใหญ่ที่บินไม่ได้นี้พบได้ในนิวซีแลนด์เท่านั้น และเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 124 ตัว โดยนกชนิดนี้ถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็วจากนักล่าที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น แมวป่า เป็นต้น: ภาพโดย เชน แมคอินน์ส (Shane McInnes)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดมรกตฮอนดูรัส (Honduran Emerald) บนกิ่งไม้ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ พบนกชนิดนี้ได้เฉพาะในฮอนดูรัส โดยประชากรนกชนิดนี้กำลังลดลงเนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่: ภาพโดย โรเบิร์ต อี.ไฮแมน (Robert E. Hyman )
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกปาลิลา (Palila) ในฮาวาย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 6 ในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ ปัจจัยจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่ การล่าโดยสัตว์ตระกูลแมวและความแห้งแล้งนำไปสู่การลดลงของประชากรนกชนิดนี้ในฮาวาย คาดว่าในอีก 14 ปีข้างหน้าจำนวนนกชนิดนี้จะลดลงถึง 97% : ภาพโดย อีริค เอ.แวนเดอร์เวิร์ฟ (Eric A. VanderWerf)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกโจรสลัดเกาะคริสต์มาส (Christmas Island Frigatebird) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ โดยพบนกชนิดนี้ได้เฉพาะบนเกาะคริสต์มาส (Christmas Island) ของออสเตรเลีย และนกชนิดกำลังหายไปจากเกาะเนื่องจากการสูญเสียที่อยู่อาศัย การทำเหมืองฟอสเฟต มลพิษทางทะเล การทำประมงเกินขนาด และอีกหลายสาเหตุ: ภาพโดย เดวิด บอยล์ (David Boyle)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
เป็ดกินปลาบราซิล (Brazilian Merganser) พร้อมกับลูกเป็ดตัวเล็กๆ เป็นภาพที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในหมวดนกที่วิกฤตต่อการสูญพันธุ์หรือสูญพันธุ์จากธรรมชาติ ซึ่งภาพนี้แสดงถึงความหวังต่อการอยู่รอดของสปีชีส์นี้ และชี้ว่าสถานการณ์ของเป็ดกินปลาบราซิลดีขึ้นกว่าที่คิดไว้: ภาพโดย ซาวิโอ เฟรียร์ บรูโน (Savio Freire Bruno)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพนกบัสตาร์ดใหญ่อินเดีย (Great Indian Bustard) ขณะบินได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์หรือไม่มีข้อมูลไม่เพียงพอ ซึ่งการล่าเพื่อเป็นกีฬาและอาหารในอินเดียทำให้นกชนิดนี้เสี่ยงสูญพันธุ์: ภาพโดย ซาบา บาร์คอคซี (Csaba Barkoczi)
      
หลากลีลา “นกหายากที่สุดในโลก”
ภาพ นกฮัมมิงเบิร์ดหางติ่ง (Marvellous Spatuletail) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ในหมวดนกชนิดใกล้สูญพันธุ์หรือไม่มีข้อมูลไม่เพียงพอ ประมาณกันว่าเหลือนกชนิดนี้ไม่ถึงพันตัว และการลดลงของประชากรนกสวยงามนี้เป็นผลจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกกัญชา และกาแฟ : ภาพโดย แดเนียล โรสเอนเกรน (Daniel Rosengren) ภาพประกอบทั้งหมดจากเนชันนัลจีโอกราฟิก

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Bellagio Fountains
น้ำพุสวยสุดโรแมนติกนี้ ตั้งอยู่ที่ Bellagio เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Swarovski Face Fountain
น้ำพุหน้าตาประหลาดแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า สำนักงานใหญ่ของ Swarovski เมือง Wattens ประเทศออสเตรีย
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Floating Fountains
10 น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก
น้ำพุลอยได้ นี้เป็นผลงานของ Isamu Noguchi เห็นแล้วราวกับว่า เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนั่นจะทะยานขึ้นฟ้า
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Vortex Fountain
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก
น้ำพุประหลาด แห่งนี้ มีชื่อว่า Charybdis ออกแบบโดย William Pye ดูภาพนิ่งแล้วเหมือนโหลแก้วธรรมดา หากดูภาพจากวิดีโอจะเห็นความเคลื่อนไหวอันน่าทึ่ง
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Fountain of Rings
น้ำพุวงแหวน นี้ อยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ของ เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นน้ำพุที่ควบคุมการทำงานของแสงด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบพ่นน้ำจะทำงานตามเสียงเพลงที่เปล่งจากเจ้าหน้าที่ในหอคอยแสงรอบน้ำพุ
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Crown Fountain
                            
น้ำพุประหลาด สุดกวนนี้ ตั้งอยู่ที่ Millennium Park  สวนสาธารณะแห่ง ชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ ประเทศอเมริกา
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Banpo Bridge Fountain
สะพานน้ำพุสุดสร้างสรรค์ แห่ง กรุงโซล ถือเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งประเทศเกาหลีใต้ >>อ่านต่อ
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : El Alamein Fountain
น้ำพุรูปทรงแปลกตานี้ เป็นอนุสรณ์แห่งสงคราม ตั้งอยู่ที่ เมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Dancing Fountain in Dubai
                       
น้ำพุเต้นระบำนี้ เป็นส่วนหนึ่งของห้างดัง Dubai Mall แห่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขึ้นชื่อว่าเป็น น้ำพุที่สูงที่สุดในโลก
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก : Fountain of Wealth
                            
น้ำพุที่แปลกที่สุดในโลก ซึ่งมีชื่อว่า น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง นี้ ตั้งอยู่ที่ Suntec City หนึ่งในห้างฯที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์ ว่ากันว่า..ต้องเดินรอบน้ำพุให้ครบ 3 รอบ พร้อมสัมผัสละอองน้ำ จะทำให้โชคดีและเกิดเจริญรุ่งเรืองในชีวิต กลางวันอาจดูไม่ค่อยหวือหวา แต่กลางคืนจะมีการแสดงสาดแสงเลเซอร์เคล้าสายน้ำพุ เป็นภาพที่หลายคนตั้งตารอ!

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

อันดับที่ 10 Centralia, Pennsylvania 
 
เมืองนี้มีชื่อว่า เซ็นทราเลีย รัฐเพนซิลวาเนีย 

สมัยก่อนเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน มีทั้งสถานีรถไฟ โบสถ์ โรงแรมห้าดาว โรงเรียน โรงละคร ธนาคาร ไปรษณีย์ และร้านค้าทั่วไป แต่แล้วในปี 1962 ได้ เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ในเมืองนี้ขึ้น โดยต้นเพลิงมาจากมีคนจุดไฟเผาขยะทิ้งไว้ในบ่อของเหมือง จากนั้นไฟได้ติดถ่านหิน และขยายวงกว้างจนคลุมพื้นที่ใต้ดินของบ้านเรือนทั้งหมด ไฟได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แม้มีการพยายามใช้เงินนับล้านในการดับไฟ แต่ก็ไม่เป็นผล และมันก็ยังไหม้อยู่จนทุกวันนี้ (นานกว่า 40 ปีเข้าไปแล้ว) หลายคนได้รับพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ ทั้งในอากาศและการปนเปื้อน รวมถึงการเกิดเหตุดินยุบลึกลงไปเป็นร้อยฟุต จนทางการต้องหาที่อยู่ใหม่แก่ชาวเมือง 

อันดับที่ 9 Dallol 
 
ดูจากภาพแล้วมันก็ดูสวยดีใช่มั้ยยยย -w- เป็นสถานที่ที่อยู่ทางเหนือของเอธิโอเปีย ในระดับสูง 50 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองผี ส่วนสาเหตุสถานที่แห่งนี้ไม่ควรไปเนื่องจากมันตั้งอยู่ใกล้ชายแดนที่มีความ ขัดแย้ง ในหลายปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่พยายามจะเป็นสถานที่แห่งนี้มักถูกกลุ่ม โจรทำอันตรายอยู่บ่อยครั้ง แต่หากคุณอยากจะไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้จริงๆ คุณจำเป็นต้องมียานพาหนะติดอาวุธไปด้วย
 
อันดับที่ 8 Hanford Site 
 
แฮนฟอร์ด สถานที่แห่งนี้อยู่ในภาคใต้ของวอชิงตัน อเมริกา อดีตเคยเป็นชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็ก ก่อนที่ในปี 1943 พื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในโครงการแมนฮัตตัน ในการผลิตพลูโตเนียมเพื่อใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในสมัยสงคราม โลกครั้งที่ 2 และในช่วงสงครามเย็น และเนื่องด้วยผลิตพลูโตเนียมมากเกินไป ทำให้ของเสียกากกัมตภาพรังสีออกมามีจำนวนมากจนทางรัฐบาลไม่มีแผนจะจัดการสาร ดังกล่าว จนเป็นเหตุทำให้พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยการปนเปื้อนกากกัมตภาพรังสีและปน เปื้อนระบบนิเวศในอากาศ ทำให้มีประชาชนพื้นที่แห่งนี้ได้รับสารก่อมะเร็งและสารพิษหลายราย 

อันดับที่ 7 Dzerzhinsk 
 
เมืองเดอร์ซินสค์ เป็นเมืองที่อยู่ในรัสเซีย ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Oka อยู่ไม่ไกลจากทางตะวันออกของกรุงมอสโกประมาณ 400 กิโลเมตร ปัจจุบันเมืองแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางผลิตสารเคมีและได้ถูกระบุว่ามีระดับ มลภาวะที่เลวร้ายที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง น้ำประปาปนเปื้อน สารเคมีตกค้าง และเมืองแห่งนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากภายนอกเข้าชม
 
อันดับที่ 6 Dharavi 
 
Dharavi เป็นพื้นที่สลัมที่มีประชากรเกินกว่าหนึ่งล้านคน แออัดในพื้นที่ 2.2 ตร.กม. สภาพแวดล้อมที่นั้นสกปรกและแออัดอย่างร้ายกาจ อีกทั้งผู้คนในที่แห่งนี้ดูแล้วไม่เป็นมิตร (- -)
 
อันดับที่ 5 Linfen 
 
เมืองเทียนหยิง อยู่ในมณฑลอานฮุย ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เมืองแห่งนี้มีประชากรกว่า 4.2 ล้านคน และเมืองแห่งถูกอ้างเสมอว่าเป็นเมืองที่สกปรกที่สุดในโลก โดยมลพิษแห่งนี้ปกคลุมอยู่ทั่วเมืองเสมือนหมอกควัน
 
อันดับที่ 4 Room 39 
 
เกาหลีเหนือ แน่นอนมันกลายเป็นสถานที่ที่คุณไม่อยากจะ ไปอีกแห่งของโลก
ส่วนชื่อห้อง 39 นั้นเป็นชื่อสำนักงาน หรือหน่วยงานลับที่คาดว่าที่ทำการอยู่ที่เปียงยาง เกาหลีเหนือ ก่อตั้งในปี 1970 โดยมีวัตถุประสงค์ในการรักษาเงินและเพิ่มเงินในกระเป๋าของท่านผู้นำคิม จอง อิล (เจ้าประจำ555555555)
 
อันดับที่ 3 Mogadishu 
 
เป็นเมืองหลวง และใหญ่ที่สุดในโซมาเลีย ซึ่งเป็นประเทศแอฟริกาตะวันออก
ทุกวันนี้โซมาเลียกลายเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีเสถียรภาพน้อยที่สุดในโลก เพราะประเทศนี้ไม่มีรัฐบาลที่เป็นที่ยอมรับ ประชาชนอดอยากขาดโปรตีน ถนนหลายสายชำรุด อาคารหลายหลังถูกทำลายเนื่องจากโดนระเบิดใจกลางเมือง โจรสลัดระบาดโจมตีเรือที่ผ่านบริเวณนี้ทุกปี กองโจรมุสลิมปกครองด้วยกฎหมายศาลเตี้ย นอกจากนี้ยังมีการระเบิดฆ่าตัวตาย จนมีประกาศว่านักท่องเที่ยวที่จะมาประเทศโซมาเลียให้เว้นระยะห่างจากเมือง หลวง (จะไปทำไมเนี้ย?)
 
อันดับที่ 2 Cite Soleil 
 
เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นตั้งอยู่ในเขตเมืองไฮติ
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2010 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของไฮติ ส่งผลทำให้ประชาชนกว่า 230,000 ล้านคน 230,000 คนเสียชีวิต และประชากรไฮติกว่าหนึ่งล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัย ทำให้สถานที่สลัมแห่งนี้ยิ่งทวีความเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก เกิดอาชญากรรม แก๊งติดอาวุธเริ่มออกอาละวาดทั้งลักพาตัวปล้นจี้ ผู้คนส่วนใหญ่ในสลัมส่วนมากเป็นเด็กและเยาวชน และมีไม่กี่คนที่รอดจนถึงอายุ 50 ส่วนมากเสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ โรคร้าย หรือความรุนแรง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งค้ามนุษย์ สมาชิกก่อการร้าย นักโทษหนีจากคุก มันเป็นสถานทีน่ากลัวมากขนาดตำรวจไฮติยังไม่กล้าเข้าไปในนั้น(คิดดูละกันเลว ร้ายขนาดตำรวจยังกลัว -0-)
 
และ อันดับ 1 ของเรา 

Orangi Town 
 
เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพใน ตะวันตกเฉียงเหนือของการาจี ประเทศปากีสถาน
แม้ว่าจะมีโครงการนำร่องในการให้ความรู้และการพัฒนาสร้างท่อส่งน้ำ ถนน และคลีนิก แต่อย่างไรก็ดีหลังจากสงครามอัฟกานิสถาน ทำให้มีผู้อพยพมาจำนวนมาก ความรุนแรงของสองเชื้อชาติ(ปากีสและอัฟกัน) ธุรกิจจำนวนมากปิดตัวลง ถนนถูกทิ้งร้าง ผู้คนต้องอาศัยอยู่แต่ในบ้านความรุนแรง การข่มขืน เหตุระเบิดฆ่าตัวตาย ลักพาตัว และการสังหารกลายเป็นเรื่องปกติของที่นี้ ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่อันตรายที่สุดของโลกในที่สุด!!
 

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

4 เมนู อาหารต้องห้ามที่ไม่ควรทานตอนเช้า

1.ขนมปังปิ้งทา Chocolate Spread
1

  Chocolate Spread โฆษณากันมากกับรสชาติที่หวานของ เฮเซลนัท และ โกโก้ แต่ขอบอกน่ะค่ะ ชอบมากๆ อร่อยมากๆ แต่ก็ต้องตกใจกับปริมาณแคลอรีที่เราทานเข้าไป  Chocolate Spread เพียง 2 ช้อนโต๊ะบนขนมปังปิ้ง 1 แผ่น แคลอรี่ก็พุ่งถึง 200 แคลอรี่แล้ว ทางที่ดีให้เปลี่ยนเป็นแยมผลไม้ดีกว่า เพื่อสุขภาพด้วย

 2.ซีเรียลใส่นม

2
  ซีเรียลใส่นม ที่เป็นอาหารเช้าของเด็กๆหลายๆ คนที่ชื่นชอบเลยน่ะ นักวิจัยเค้าพบว่า เกือบ 100% ของซีเรียลไม่ได้ผลิตจากโฮลเกรนแท้ 100 % ตามที่เขียนใว้ข้างกล่อง เพราะมันมีส่วนผสมแป้งกับน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับและเอามาใช้ได้จริงๆ นั้นมาจากนมซะมากกว่า

3.Health Bars

3
Health Bars ที่อัดแน่นไปด้วยธัญพืช ที่เค้าว่ากันกินแล้วจะได้พลังงานที่สูง ไขมันต่ำ แต่รู้กันไหมว่าอาหารจำพวกนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความหวานเพราะมีส่วนประกอบ ของน้ำตาลอย่างน้อย 3 ชนิดขึ้นถ้าเราหยิบ Health Bars กินเป็นอาหารเช้าเท่ากับเราเอาน้ำตาลเข้าปากไปตั้ง 30 กรัมเลยน่ะ

4.แฮม.เบคอน.ใส้กรอก
4

   แฮม.เบคอน.ใส้กรอก  ที่กล่าวมามันเป็นสุดยอดของอร่อยเลย  ส่วนมากแล้วคนส่วนมากจะชอบทานเนื้อหมูแปรรูปพวกนี้กันมากโดยเฉพาะเวลาไป ทานบุพเฟ่ต์มักจะนิยมทานกันมาก จึงมาเตือนให้ลดความชอบลงหน่อยจะดีมากเลย เพราะการงดปริมาณบริโภคผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปทุกๆ 100 กรับต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ถึง 20 %